⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8366/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8366/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำวีซีดีคาราโอเกะเพลงพิพาท ไม่ถือเป็นการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานลิขสิทธิ์ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ หากผู้รับอนุญาตยังไม่ได้ผลิตงานดังกล่าวออกมาเป็นต้นแบบให้ผู้อื่นลอกเลียนแบบ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีสิทธิที่จะนำลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียงเพลง "โปรดเถิดดวงใจ" "ปรารถนา" และ "ในฝัน" ขับร้องโดยทูล ทองใจ ไปผลิตเป็นเทปคาสเซ็ท แผ่นเสียงและแผ่นซีดีเพลงทุกขนาด โจทก์ไม่ได้มีสิทธิที่จะนำเพลงพิพาทไปทำอย่างอื่นนอกเหนือจากที่ตกลงไว้ รวมถึงการทำวีซีดีคาราโอเกะด้วย เพราะการทำวีซีดีคาราโอเกะไม่ใช่การทำซีดีเพลงโจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการทำคาราโอเกะ แต่โจทก์ยังไม่ได้ผลิตวีซีดีคาราโอเกะเพลงพิพาท จึงไม่มีงานซึ่งเกิดจากการที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นต้นแบบที่จำเลยจะคัดลอก เลียนแบบ หรือปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม จำเลยจึงมิได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงงานลิขสิทธิ์อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ โจทก์ได้รับอนุญาตจากบริษัทห้างแผ่นเสียงคาเธ่ย์ (1968) จำกัด ให้ใช้ลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียงต้นฉบับเพลง "โปรดเถิดดวงใจ" "ปรารถนา" และ "ในฝัน" ขับร้องโดย ทูล บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี 2500 และปี 2501 โดยให้นำไปผลิตเป็นเทปคาสเซ็ทแผ่นเสียง และแผ่นซีดีทุกขนาด ภายใต้เครื่องหมายการค้าแผ่นเสียงและเทปตรามงกุฎได้แต่เพียงผู้เดียว และยังได้รับอนุญาตจากนางสาวอาริยา ทายาทโดยธรรมของนายคนชมหรือนายตุ้มทองหรือครูเบญจมินทร์ผู้ประพันธ์คำร้องและทำนองเพลงทั้งสามเพลงดังกล่าวให้โจทก์มีสิทธินำคำร้องและทำนองเพลงทั้งสามเพลงดังกล่าวในสิ่งบันทึกเสียงต้นฉบับเพลงที่บันทึกไว้ก่อนปี 2508 ไปทำซ้ำ ดัดแปลง ผลิตเป็นสิ่งบันทึกเสียง คาราโอเกะ และโสตทัศนวัสดุทุกชนิดได้แต่เพียงผู้เดียว ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เมื่อกลางปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ทั้งกลางวันและกลางคืน จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือจำเลยทั้งสองร่วมกันนำเพลง "โปรดเถิดดวงใจ" "ปรารถนา" และ "ในฝัน" ดังกล่าวไปทำซ้ำดัดแปลง บันทึกเสียงนักร้อง ทำนองเพลงจากสิ่งบันทึกเสียงต้นฉบับ และทำให้ปรากฏภาพและบรรยายคำร้องลงในแผ่นวีซีดีคาราโอเกะเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วยการเสนอขาย เพื่อหากำไรในทางการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว แต่จำเลยทั้งสองยังกระทำละเมิดลิขสิทธิ์เพลงดังกล่าวต่อไป ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 27, 28, 29, 31, 69, 70, 74, 75, 76 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 และขอให้ศาลสั่งจ่ายเงินค่าปรับที่จำเลยทั้งสองได้ชำระตามคำพิพากษาจำนวนกึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบแผ่นวีซีดีคาราโอเกะที่ได้บันทึกเสียงเพลงและบรรยายคำร้องอันละเมิดลิขสิทธิ์ พร้อมตลับใส่แผ่นวีซีดีคาราโอเกะให้แก่โจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า " พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า โจทก์ทำสัญญากับบริษัทห้างแผ่นเสียงคาเธ่ย์ (1968) จำกัด โดยโจทก์ได้รับอนุญาตให้นำลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียงเพลง "โปรดเถิดดวงใจ" "ปรารถนา" และ "ในฝัน" ขับร้องโดยทูล ไปผลิตเป็นเทปคาสเซ็ท แผ่นเสียง และแผ่นซีดีเพลงทุกขนาด ภายใต้เครื่องหมายการค้าแผ่นเสียงและเทปตรามงกุฎ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.5 และได้ทำสัญญากับนางสาวอาริยา โดยโจทก์ได้รับอนุญาตให้นำคำร้องและทำนองเพลงพิพาทดังกล่าวไปทำซ้ำ ดัดแปลง ผลิตเป็นสิ่งบันทึกเสียงคาราโอเกะและโสตทัศนวัสดุทุกชนิดแต่เพียงผู้เดียว ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.8 จำเลยทั้งสองร่วมกันทำแผ่นวีซีดีคาราโอเกะซึ่งมีเพลงพิพาทดังกล่าวออกจำหน่าย ปรากฏตามวัตถุพยานหมาย วจ.7 และ วจ.8 โจทก์ไม่เคยนำเพลงพิพาทดังกล่าวไปทำในลักษณะที่เป็นวีซีดีคาราโอเกะ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิตามเอกสารหมาย จ.5 และ จ.8 ซึ่งตามเอกสารหมาย จ.5 โจทก์ไม่ได้มีสิทธิในคำร้องและทำนองเพลงพิพาทดังกล่าวที่จะดำเนินการใด ๆ ก็ได้ โจทก์เพียงมีสิทธิที่จะนำลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียงเพลง "โปรดเถิดดวงใจ" "ปรารถนา" และ "ในฝัน" ขับร้องโดยทูลไปผลิตเป็นเทปคาสเซ็ท แผ่นเสียงและแผ่นซีดีเพลงทุกขนาดเท่านั้น โจทก์ไม่ได้มีสิทธิที่จะนำเพลงพิพาทดังกล่าวไปทำอย่างอื่นนอกเหนือจากที่ตกลงไว้ รวมถึงการทำวีซีดีคาราโอเกะด้วย เพราะการทำวีซีดีคาราโอเกะไม่ใช่การทำซีดีเพลงดังที่โจทก์อุทธรณ์แต่อย่างใด เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามความผิดที่อ้างเป็นคดีนี้ สำหรับเอกสารหมาย จ.8 นั้น แม้โจทก์จะได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในการทำคาราโอเกะ แต่การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำแผ่นวีซีดีคาราโอเกะซึ่งมีเพลงพิพาทดังกล่าวออกจำหน่ายก็ไม่ถือว่าเป็นการทำซ้ำดัดแปลงงานของโจทก์เพราะตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4 ให้นิยามศัพท์คำว่า "ทำซ้ำ" ว่า หมายความรวมถึงคัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใดๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และคำว่า "ดัดแปลง" หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงานต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ยังไม่ได้ผลิตวีซีดีคาราโอเกะเพลงพิพาทดังกล่าว จึงไม่มีงานซึ่งเกิดจากการที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นต้นแบบที่จำเลยทั้งสองจะคัดลอก เลียนแบบ หรือปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองทำซ้ำหรือดัดแปลงงานลิขสิทธิ์อันเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8366/2553 บริษัทบางกอกคาสเสท จำกัด โจทก์ บริษัทกรุงไทยออดีโอ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบางกอกคาสเสท จำกัด · จำเลย - บริษัทกรุงไทยออดีโอ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รัตน กองแก้ว · พลรัตน์ ประทุมทาน · ไมตรี ศรีอรุณ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6147/2545ฎีกา 2000/2543ฎีกา 5756/2551ฎีกา 6270/2554ฎีกา 4301/2543ฎีกา 7429/2553ฎีกา 7121/2552ฎีกา 2681/2553ฎีกา 973/2551ฎีกา 7036/2543ฎีกา 3121/2559ฎีกา 3826/2545ฎีกา 5343/2559ฎีกา 1908/2546ฎีกา 3332/2555ฎีกา 19350/2557ฎีกา 5073/2557ฎีกา 11047/2551ฎีกา 3705/2530ฎีกา 5202/2552ฎีกา 5041/2546ฎีกา 5306/2550ฎีกา 3790/2555ฎีกา 4488/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา