⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5450/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5450/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่พิพาทกันเพียงเรื่องการผิดสัญญาตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและสัญญาให้การสนับสนุนการปรับปรุงรูปแบบสถานีบริการ ไม่ถือเป็นคดีเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เรียกค่าเสียหายและเบี้ยปรับจากการที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับโจทก์ และเรียกให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืนเนื่องจากจำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดสัญญาให้การสนับสนุนการปรับปรุงรูปแบบสถานีบริการ โดยไม่ปรากฏว่ามีกรณีพิพาทเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ สัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมก็ไม่ปรากฏว่ามีข้อสัญญาให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์อยู่ในสัญญาดังกล่าว ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ตามสัญญายืมทรัพย์สิน อุปกรณ์การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำหรับผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเอกสารท้ายอุทธรณ์นั้น ก็เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้อ้างมาในฟ้อง เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย คดีนี้จึงมิใช่คดีเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าตามนัยมาตรา 7 (3) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ต้องรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์ ดังนี้ ค่าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ค้างชำระและค่าปรับ ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน รวมเป็นเงิน 520,793.89 บาท ค่าปรับจากการซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นต่ำกว่ายอดการรับรองและค่าธรรมเนียม รวมเป็นเงิน 149,125.57 บาท ค่าเงินคืนที่โจทก์ให้ความช่วยเหลือกับทั้งดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 6,484,192.28 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,154,117.74 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องโจทก์นั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ โจทก์เรียกค่าเสียหายและเบี้ยปรับจากการที่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับโจทก์ ประการหนึ่ง และโจทก์เรียกให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืนเนื่องจากจำเลยที่ 1 ปฏิบัติผิดสัญญาให้การสนับสนุนการปรับปรุงรูปแบบสถานีบริการ อีกประการหนึ่ง สัญญาทั้งสองฉบับนั้น ฉบับแรกมีสาระสำคัญเป็นเรื่องของการซื้อขายผลิตภัณฑ์น้ำมันของโจทก์กับจำเลยที่ 1 ส่วนฉบับที่สองเป็นเรื่องข้อตกลงที่โจทก์ช่วยเหลือด้านการเงินแก่จำเลยที่ 1 ในการปรับปรุงรูปแบบสถานีบริการของจำเลยที่ 1 ซึ่งต่อมาโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาทั้งสองฉบับทำให้โจทก์เสียหาย และโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืนด้วย โดยไม่ปรากฏว่ามีกรณีพิพาทเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ หรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามนัยมาตรา 7 (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 แต่ประการใด ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าตามสัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นสาระสำคัญรวมอยู่ด้วยนั้น เมื่อตรวจดูสำเนาสัญญาผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่แนบมาท้ายฟ้องแล้ว ก็ไม่ปรากฏว่ามีข้อสัญญาให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์อยู่ในสัญญาดังกล่าว ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของโจทก์ ตามสัญญายืมทรัพย์สิน อุปกรณ์การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำหรับผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ก็เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์มิได้อ้างมาในฟ้อง เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัย เมื่อสัญญาทั้งสองฉบับตามที่โจทก์อ้างมาในฟ้องอันเป็นมูลเหตุที่โจทก์เรียกค่าเสียหาย เบี้ยปรับ และให้จำเลยที่ 1 ชดใช้เงินคืนแก่โจทก์นั้น เป็นสัญญาที่มีข้อตกลงในสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายปิโตรเลียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และการที่โจทก์ให้การสนับสนุนการปรับปรุงรูปแบบสถานีบริการของจำเลยที่ 1 โดยไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการของโจทก์อยู่ด้วย คดีนี้จึงมิใช่คดีเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าหรือสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าตามนัยมาตรา 7 (3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวตามที่โจทก์อุทธรณ์ คดีของโจทก์จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งไม่รับฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5450/2554 บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัฐเซอร์วิส พาร์ท กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัฐเซอร์วิส พาร์ท กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี ศรีอรุณ · อร่าม เสนามนตรี · สมควร วิเชียรวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายตุลย์ เมฆยงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(ป)30/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2599/2544ฎีกา 13335/2555ฎีกา 7164/2552ฎีกา 3537/2546ฎีกา 3425/2545ฎีกา 6302-6303/2551ฎีกา 3208/2552ฎีกา 5204-5205/2552ฎีกา 3427/2545ฎีกา 5482/2552ฎีกา 3368/2552ฎีกา 9023/2543ฎีกา 4674/2553ฎีกา 6081/2553ฎีกา 4049/2555ฎีกา 5896/2551ฎีกา 8076/2542ฎีกา 4530/2549ฎีกา 9524/2544ฎีกา 933/2559ฎีกา 3882/2549ฎีกา 3209/2552ฎีกา 2266/2544ฎีกา 4673/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา