⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8076/2542

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8076/2542

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีแพ่งเกี่ยวกับการประกันภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งระหว่างประเทศ และคดีที่ฟ้องขอให้ผู้ขนส่งและลูกจ้างรับผิดในมูลหนี้เดียวกันอันเกี่ยวข้องกับสัญญาขนส่ง อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ขนส่งสินค้ารับผิดต่อโจทก์ และฟ้องให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดเนื่องจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยโดยประมาทในทางการที่จ้างชนกำแพงทำให้รถยนต์คันนั้นเสียหาย และคู่ความขอให้โอนคดีไปยังศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางโดยมีการสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว ดังนี้ เมื่อประธานศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่า คดีสำหรับจำเลยที่ 1 เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับการประกันภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งระหว่างประเทศอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ส่วนฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ก็เป็นการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดในมูลหนี้เดียวกันและเกี่ยวข้องกับที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามสัญญารับขนดังกล่าว ดังนั้น คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.291 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 180,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องจำนวน 9,786.10 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 190,186.10 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 180,400 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับขนสินค้ารถยนต์คันที่เอาประกันภัย และคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ส่วนคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 เป็นกรณีละเมิดไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 190,186.10 บาท แก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับรองอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า มีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์และของจำเลยที่ 1 ว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ ปัญหานี้เนื่องจากปรากฎว่า คดีนี้ประธานศาลฎีกาได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่า สำหรับข้อหาที่โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยสินค้าฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะผู้ขนส่งสินค้าดังกล่าวนั้น สัญญาประกันภัยตามคำฟ้องของโจทก์ให้ความคุ้มครองแก่สินค้าที่ขนส่งซึ่งเป็นสินค้าที่เอาประกันตั้งแต่โรงงานของผู้เอาประกันภัยที่บางชัน กรุงเทพมหานคร ไปจนถึงเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น อันเป็นจุดหมายปลายทางการรับประกันภัยของโจทก์จึงเป็นการประกันภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งระหว่างประเทศ ข้อหาในส่วนนี้สำหรับจำเลยที่ 1 จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับการประกันภัยที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งระหว่างประเทศ ตามบทบัญญัติมาตรา 7 (5) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ส่วนข้อหาตามคำฟ้องของโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสองรับผิดในฐานละเมิด เนื่องจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์คันที่เอาประกันภัยโดยประมาทเลินเล่อในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ชนกำแพงอาคารของบริษัทเมอส์กไลน์ จำกัด สาขากรุงเทพ เป็นเหตุให้รถยนต์นั้นเสียหายนั้น ก็เป็นการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดในมูลหนี้เดียวกันและเกี่ยวข้องกับที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามสัญญารับขนดังกล่าว ทั้งข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฎว่า คู่ความทั้งสองฝ่ายแถลงร่วมกันขอให้โอนคดีนี้มายังศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ก็ด้วยคู่ความทั้งสองฝ่ายพร้อมยอมรับที่จะให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้วินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดีนี้ให้เสร็จสิ้น และคู่ความทั้งสองฝ่ายได้สืบพยานหลักฐานกันมาทั้งหมดเสร็จสิ้นไปแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุใดที่จะวินิจฉัยว่าคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศตามคำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาที่ทก.5/2542 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้... พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 190,186.10 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 180,400 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลรวม 8,000 บาท แทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8076/2542 บริษัทประกันภัยศรีเมือง จำกัด โจทก์ บริษัทท็อปชิปปิ้ง แอนด์ ทรานสปอร์ตเตชั่น จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทประกันภัยศรีเมือง จำกัด · จำเลย - บริษัทท็อปชิปปิ้ง แอนด์ ทรานสปอร์ตเตชั่น จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ เพชรรุ่ง · จรัญ หัตถกรรม · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายวิชัย อริยะนันทกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1127/2505ฎีกา 1472/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 4244/2539ฎีกา 1087/2517ฎีกา 5712/2533ฎีกา 3208/2528ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2424-2426/2520ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2399/2523ฎีกา 717/2536ฎีกา 1133/2522ฎีกา 2951/2537ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2438/2535ฎีกา 1172/2514ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา