⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 16973/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16973/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและสามารถบังคับได้ตามกฎหมาย เป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ หากเช็คไม่อาจฟ้องบังคับได้ตามกฎหมาย จะนำมาฟ้องให้ผู้รับเช็คต้องรับผิดไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การออกเช็คที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นั้น องค์ประกอบที่สำคัญคือ เช็คดังกล่าวจะต้องเป็นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและสามารถบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คที่ไม่อาจฟ้องบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์นำเช็คมาฟ้องเป็นคดีนี้ให้จำเลยรับผิดไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2725/2549, 2726/2549 และ 2727/2549 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 จำคุก 6 เดือน ส่วนคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไม่ปรากฏว่าศาลมีคำพิพากษาแล้วหรือไม่ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ยกคำขอส่วนนี้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 โดยอ้างว่าจำเลยออกเช็คพิพาทตามฟ้องเพื่อชำระหนี้เงินยืม 3,150,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย แต่มิได้แนบสัญญากู้มาพร้อมฟ้องหรือกล่าวอ้างมาในคำฟ้องว่าได้มีการทำสัญญากู้ไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ เพราะจำนวนหนี้เงินกู้ดังกล่าว หากมิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญจะฟ้องร้องบังคับคดีหาได้ไม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ต่อมาในชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า การกู้ยืมเงินระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยมิได้ทำหลักฐานการกู้ยืมอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นการกู้ยืมด้วยวาจา เมื่อครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่ชำระ ผู้เสียหายทวงถาม หลังจากทวงถามนานประมาณปีครึ่ง จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ว่าจะชำระหนี้คืนผู้เสียหายภายในเวลา 2 ปี นับแต่วันทำสัญญา เห็นว่า การออกเช็คที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 นั้น องค์ประกอบที่สำคัญคือ เช็คดังกล่าวจะต้องเป็นเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและสามารถบังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อเช็คที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเช็คที่ไม่อาจฟ้องบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์นำเช็คมาฟ้องเป็นคดีนี้ให้จำเลยรับผิดไม่ได้ ปัญหาข้อนี้แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา แต่ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16973/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวอำพร อุดดีหรือศรีธนิยะประภา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางสาวอำพร อุดดีหรือศรีธนิยะประภา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชาติ เอี่ยมประไพ · สมชาย พันธุมะโอภาส · กีรติ กาญจนรินทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายผดุงศักดิ์ เทศดี · ศาลอุทธรณ์ - นายอนันต์ เสนคุ้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.156/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 5209/2566ฎีกา 920/2550ฎีกา 4226/2539ฎีกา 5414/2536ฎีกา 4260/2541ฎีกา 591/2540ฎีกา 199/2537ฎีกา 3490/2548ฎีกา 6581-6582/2556ฎีกา 460/2537ฎีกา 6888/2550ฎีกา 1483/2538ฎีกา 14397/2555ฎีกา 3694/2553ฎีกา 960/2541ฎีกา 4826/2565ฎีกา 13/2553ฎีกา 713/2539ฎีกา 235/2540ฎีกา 4343/2565ฎีกา 4411/2536ฎีกา 755/2547ฎีกา 5645/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา