⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 17259/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17259/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ต้องรับผิดชำระเงินทดแทนเป็นการส่วนตัว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 31 มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 32 (5) ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 52 โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นการฟ้องในฐานะที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ฟ้องให้ชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสามเป็นการส่วนตัว จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 จึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินทดแทนให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ม.32 พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ม.52

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 160/2549 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 และให้จำเลยทั้งสิบสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างจำนวน 180,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสามมีกำหนดแปดปี จำเลยทั้งสิบสี่ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 160/2549 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 และให้จำเลยทั้งสิบสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างจำนวน 180,000 บาท มีกำหนดแปดปีแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเป็นคณะบุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 31 มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32 โดยอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 52 เป็นอำนาจหน้าที่ประการหนึ่งที่ระบุไว้ตามมาตรา 32 (5) การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ซึ่งมีมติยืนตามคำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดฉะเชิงเทราที่วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 จึงเป็นการฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในฐานะที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อโต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวเท่านั้น มิใช่ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในฐานะส่วนตัว เพราะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ทั้งสามเป็นการส่วนตัว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ร่วมรับผิดกับสำนักงานประกันสังคมจำเลยที่ 1 ชำระเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสามด้วยจึงไม่ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ไม่ต้องร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17259/2555 นางเขกไน้ แซ่ลิ้ม กับพวก โจทก์ สำนักงานประกันสังคม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเขกไน้ แซ่ลิ้ม กับพวก · จำเลย - สำนักงานประกันสังคม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา บุญชู · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.179/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15582/2558ฎีกา 867/2548ฎีกา 6067/2567ฎีกา 1470/2544ฎีกา 7493/2538ฎีกา 1882/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา