คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8534/2555
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายเรือนำเรือเดินทะเลในสภาพอากาศที่มีพายุ โดยได้เลี่ยงพายุในระยะที่ปลอดภัยตามหลักการเดินเรือแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อ แม้สินค้าจะเสียหายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
นายเรือนำเรือเลี่ยงพายุโดยมีระยะห่างจากศูนย์กลางพายุถึง 350 กิโลเมตร ซึ่งถูกต้องตามหลักการเดินเรือแล้ว เห็นได้ว่า ในสภาพอากาศเช่นนี้ก็ยังสามารถออกเรือเดินทะเลได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องเดินเรือให้ถูกต้องตามหลักการเดินเรือโดยเลี่ยงการเข้าใกล้จุดศูนย์กลางพายุมากเกินไปซึ่งก็ปรากฏว่านายเรือได้เลี่ยงพายุโดยมีระยะห่างจากจุดศูนย์กลางในระยะที่ปลอดภัยในการเดินเรือแล้ว จึงยังไม่อาจฟังได้ว่าสินค้าเสียหายเพราะเหตุที่มีพายุในเส้นทางเดินเรือโดยนายเรือรู้อยู่แล้วยังออกเรือตามที่โจทก์อ้าง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 ม.52
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 6,513,095.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 6,256,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกบริษัทฮิโร ชิปปิ้ง อิงค์ บริษัทนิปปอน ยูเซน ไคชา จำกัด และบริษัทโตเกียว เซนปากุ ไคชา จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต
จำเลยร่วมที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ
จำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 ให้การว่าไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ตามหลักการเดินเรือ นายเรือได้ใช้วิธีการเดินเรืออย่างถูกต้องและอยู่ในระยะที่เรือปลอดภัย และเมื่อพิจารณาจากหนังสือเดินเรือ ซึ่งเป็นตำราการเดินเรือของโรงเรียนนายเรือก็ระบุว่า ตามหลักการเดินเรือเพื่อเลี่ยงพายุนั้นจะต้องพยายามเลี่ยงให้ห่างจากศูนย์กลางพายุ 80 กิโลเมตร หรือ 50 ไมล์ จึงมีเหตุผลให้เชื่อได้ว่านายเรือสุมิเรนำเรือเลี่ยงพายุโดยมีระยะห่างจากศูนย์กลางพายุถึง 350 กิโลเมตร ซึ่งถูกต้องตามหลักการเดินเรือแล้ว เห็นได้ว่า แม้ตามพยานหลักฐานของโจทก์จะฟังได้ว่าเกิดพายุดังกล่าวในระหว่างการเดินเรือสุมิเรก็ตาม แต่จากพยานหลักฐานของจำเลยและจำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 ก็แสดงให้เห็นได้ว่า ในสภาพอากาศเช่นนี้ก็ยังสามารถออกเรือเดินทะเลได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องเดินเรือให้ถูกต้องตามหลักการเดินเรือโดยเลี่ยงการเข้าใกล้จุดศูนย์กลางพายุมากเกินไป ซึ่งก็ปรากฏว่านายเรือสุมิเรได้เดินเรือเลี่ยงพายุโดยมีระยะห่างจากจุดศูนย์กลางในระยะที่ปลอดภัยในการเดินเรือแล้ว จึงยังไม่อาจฟังได้ว่าสินค้าเสียหายเพราะเหตุที่มีพายุในเส้นทางเดินเรือ โดยนายเรือรู้อยู่แล้วยังออกเรือตามที่โจทก์อ้าง
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8534/2555
บริษัทมิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด โจทก์
บริษัทสยามเภตราอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จำเลย
บริษัทฮิโร ชิปปิ้ง อิงค์ กับพวก จำเลยร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทมิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด · จำเลย - บริษัทสยามเภตราอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด · จำเลยร่วม - บริษัทฮิโร ชิปปิ้ง อิงค์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · อร่าม เสนามนตรี · ปริญญา ดีผดุง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | ทก.(ค)323/2551 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา