⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13582/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13582/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันทำสัญญาค้ำประกัน เว้นแต่จะระบุไว้ชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในหนี้ที่ไม่อาจพิสูจน์จำนวนได้

ย่อคำพิพากษา

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 จำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม สัญญาค้ำประกันไม่มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยที่ 3 ยอมรับผิดในหนี้ที่จำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดขึ้นก่อนวันทำสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 โจทก์ไม่สามารถนำสืบได้ว่าสินค้าของโจทก์สูญหายตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 (วันทำสัญญาค้ำประกัน) ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2548 เป็นจำนวนเงินเท่าใด จำเลยที่ 3 ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,012,219.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 999,723 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัด ศาลแรงงานภาค 2 มีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสามขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคสอง ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน1,012,219.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 999,723 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 8 เมษายน 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ระหว่างการบังคับคดีจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลแรงงานภาค 2 ไต่สวนแล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจริงจึงอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่เฉพาะจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 2 รับฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งผู้จัดการคลังและเสมียนร่วมกันยักยอกสินค้าของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2548 รวมเป็นเงิน 999,723 บาท จำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าจำเลยที่ 3 จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่ เห็นว่า เมื่อสัญญาค้ำประกันไม่มีข้อความระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยที่ 3 ยอมรับผิดในหนี้ที่จำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดขึ้นก่อนวันที่จำเลยที่ 3 เข้าเป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2548 แต่จำนวนหนี้ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 อันเป็นวันทำสัญญาค้ำประกันจนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2548 นั้น ก็ระคนปนกันอยู่ในจำนวนของหนี้ทั้งหมด เมื่อโจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นได้ว่าสินค้าของโจทก์สูญหายไปเท่าใด จึงไม่อาจคำนวณความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในช่วงระยะเวลาดังกล่าวได้ว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13582/2556 บริษัทเมืองทองเซรามิค จำกัด โจทก์ นายสุทัศน์ สุขประเสริฐ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเมืองทองเซรามิค จำกัด · จำเลย - นายสุทัศน์ สุขประเสริฐ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · วิรุฬห์ แสงเทียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานภาค 2 - นางเศรณี ศิริมังคละ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.2375/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7913/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 6555/2538ฎีกา 142/2535ฎีกา 8396/2540ฎีกา 131/2535ฎีกา 710/2499ฎีกา 1309/2511ฎีกา 2105/2535ฎีกา 1381/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา