คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5755/2558
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้รับจ้างเข้าไปแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดบกพร่อง ถือเป็นการกระทำที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง แต่หากผู้ว่าจ้างแจ้งให้ผู้รับจ้างหยุดการแก้ไขและจะดำเนินการเอง อายุความที่สะดุดหยุดลงจะสิ้นสุดลง และเริ่มนับอายุความใหม่นับแต่วันที่แจ้งนั้น
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์ที่ 2 พบบ้านชำรุดบกพร่องในเดือนมกราคม 2552 จำเลยเข้าไปแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดบกพร่อง เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (1) แต่ต่อมาโจทก์ที่ 2 ให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 แจ้งให้จำเลยหยุดทำการแก้ไขชำรุดบกพร่องโดยโจทก์ที่ 2 จะหาบุคคลภายนอกมาแก้ไขเอง จึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลง อายุความจึงเริ่มนับใหม่นับแต่เวลานั้นคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/15 วรรคสอง โจทก์ที่ 2 มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 2 นำคดีมาฟ้องวันที่ 13 มกราคม 2554 เกินกว่า 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 474 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 2,118,909.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 2,027,266.30 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง
จำเลยให้การและแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 900,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 มกราคม 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ที่ 1
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยทั้งสองศาลให้เป็นพับ
โจทก์ที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ที่ 2 ว่า คดีโจทก์ที่ 2 ขาดอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474 หรือไม่ เห็นว่าเมื่อโจทก์ที่ 2 พบบ้านชำรุดบกพร่องในเดือนมกราคม 2552 จำเลยได้เข้าไปทำการแก้ไขซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดบกพร่อง เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) ทำให้ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความตามมาตรา 193/15 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ที่ 2 ให้ทนายความมีหนังสือลงวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 แจ้งให้จำเลยหยุดทำการแก้ไขชำรุดบกพร่องโดยโจทก์ที่ 2 จะหาบุคคลภายนอกมาทำการแก้ไขเอง กรณีจึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลง อายุความจึงเริ่มนับใหม่นับแต่เวลานั้นคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/15 วรรคสอง โจทก์ที่ 2 มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ส่วนหนังสือลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เป็นหนังสือที่ทนายโจทก์ที่ 2 ทวงถามให้จำเลยชำระเงินค่าใช้จ่ายที่โจทก์ที่ 2 ได้ทำการแก้ไขข้อชำรุดบกพร่องเรียบร้อยแล้วเป็นเงิน 2,027,266.30 บาท ไม่ใช่เหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดลง ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยปัญหาข้อนี้โดยให้เหตุและรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ชอบแล้ว ดังนั้น เมื่อโจทก์ที่ 2 นำคดีมาฟ้องวันที่ 13 มกราคม 2554 เกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2552 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ฎีกาโจทก์ที่ 2 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5755/2558
บริษัทนัยน์ภัค จำกัด กับพวก โจทก์
บริษัทคีรีคาม จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทนัยน์ภัค จำกัด กับพวก · จำเลย - บริษัทคีรีคาม จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประยูร ณ ระนอง · ภาติยะ ดวงมณี · กึกก้อง สมเกียรติเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทยา - นายเกรียงไกร นาคสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชาตรี ศิริรักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.790/2558 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา