⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4810/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4810/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่านาไม่ให้ผู้เช่าเข้าทำนา ไม่ใช่การบอกเลิกการเช่านาตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 31 ผู้เช่าจึงมีอำนาจฟ้องได้โดยไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 31

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยยินยอมให้บุคคลอื่นเข้ามาทำนาเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถใช้ที่ดินพิพาท กรณีไม่ใช่เรื่องผู้ให้เช่านาบอกเลิกการเช่านา ตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 31 แต่เป็นเรื่องผู้ให้เช่าไม่ให้ผู้เช่าเข้าทำนา ซึ่งไม่มีบทบัญญัติใดให้ผู้เช่านาต้องคัดค้านต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลเหมือนการบอกเลิกการเช่านาตามมาตรา 31 ซึ่งผู้ให้เช่านาต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อผู้เช่านาและส่งสำเนาหนังสือต่อประธานคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.31 พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 ม.34

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบที่ดินโฉนดเลขที่ 8442 ตำบลห้วยม่วง (กระตีบ) อำเภอบางเลน (บางปลา) จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ 22 ไร่ แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 700,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีเข้ามาใหม่ หากได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าวแล้ว ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า โจทก์เช่าที่ดินพิพาทของจำเลยทำนาหรือไม่ โจทก์นำสืบว่า เมื่อประมาณกลางปี 2547 โจทก์เช่าที่นาของจำเลยเนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ ค่าเช่าไร่ละ 800 บาท ต่อปี ได้ทำสัญญาเช่ามีกำหนดเวลาเช่า 7 ปี โดยนางสาวไพบูลย์ น้องสาวจำเลยลงลายมือชื่อจำเลยเป็นผู้ให้เช่า ต่อมาประมาณ 1 เดือน โจทก์นำค่าเช่า 9,600 บาท ไปให้จำเลย จำเลยบอกว่านางสาวไพบูลย์มีกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินจึงให้โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินเนื้อที่ 10 ไร่ จากนางสาวไพบูลย์ ประมาณกลางปี 2552 จำเลยไม่ให้โจทก์ทำนา จำเลยนำสืบว่า จำเลยมอบหมายให้นายแตง น้องชายดูแลที่ดินพิพาท จำเลยไม่เคยให้ผู้ใดเช่า เห็นว่า โจทก์มีนายแสง แพทย์ประจำตำบลห้วยม่วงและอดีตสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วงเป็นพยานเบิกความว่า พยานเป็นผู้เขียนหนังสือสัญญาเช่าที่ดิน นางสาวไพบูลย์นำสำเนาโฉนดที่ดินที่ให้เช่ามาให้ดู ที่สำคัญจำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานในหนังสือสัญญาเช่าที่ดิน ระหว่าง นางสาวไพบูลย์ผู้ให้เช่า โจทก์ผู้เช่า เนื้อที่ดิน 10 ไร่ ตั้งอยู่ที่เดียวกับที่ดินพิพาท แต่ไม่ระบุเลขที่โฉนดที่ดินเช่นเดียวกับหนังสือสัญญาเช่าที่ดิน จึงน่าเชื่อว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันและจำเลยเบิกความตอบทนายโจทก์ถามค้านว่า ในวันที่จำเลยลงลายมือชื่อ นายแตงบอกจำเลยว่า โจทก์ทำนาอยู่ในที่ดินพิพาท ดังนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหนังสือสัญญาเช่าที่ดิน เป็นการเช่าโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าและจำเลยคือผู้ให้เช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 5 ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า โจทก์เช่าที่ดินพิพาทของจำเลยทำนาชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยยินยอมให้บุคคลอื่นเข้ามาทำนา เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถใช้ที่ดินพิพาท ดังนี้ กรณีไม่ใช่เรื่องผู้ให้เช่านาบอกเลิกการเช่านา ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 31 แต่เป็นเรื่องผู้ให้เช่าไม่ให้ผู้เช่าเข้าทำนา ซึ่งไม่มีบทบัญญัติใดให้ผู้เช่านาต้องคัดค้านต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล เหมือนการบอกเลิกการเช่านาตามมาตรา 31 ซึ่งผู้ให้เช่านาต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อผู้เช่านาและส่งสำเนาหนังสือต่อประธานคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ย้อนสำนวนกลับไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4810/2559 นายมนูญ บูชา โจทก์ นางสาวขวัญ โสดคล้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมนูญ บูชา · จำเลย - นางสาวขวัญ โสดคล้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพันธุ์ ละอองมณี · ธราธร ศิลปโอสถ · บุญไชย ธนาพันธ์สิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นางวาสนา พูลโภคา · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายนพเรศ พันธุ์นรา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.294/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2494/2553ฎีกา 7356/2538ฎีกา 7737/2538ฎีกา 1776/2539ฎีกา 3446/2540ฎีกา 3071/2538ฎีกา 3596/2540ฎีกา 3749/2534ฎีกา 2549/2531ฎีกา 6942/2537ฎีกา 125/2534ฎีกา 4900/2543ฎีกา 3539/2535ฎีกา 2514/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา