คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2535
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต้องปฏิบัติตามมาตรา 34 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 อย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นมติของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ให้เลิกการเช่าจะเป็นโมฆะ
ย่อคำพิพากษา
ปัญหาว่า ฟ้องโจทก์และทางนำสืบของโจทก์ขาดสาระสำคัญตามมาตรา 34 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 กล่าวคือมิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าโจทก์ได้ส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าต่อจำเลย และได้ส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวต่อประธานคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลมติของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลที่ให้เลิกการเช่านาโดยยกเว้นไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 วรรคแรก แห่งกฎหมายดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้น จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงมิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่เห็นสมควรวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยผู้เช่ารื้อบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินที่เช่าเดิมเป็นของจำเลย จำเลยได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ และเมื่อปี 2528 จำเลยขอซื้อที่ดินคืนโจทก์ไม่ยอมได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลเนินกว้าว ที่ประชุมมีมติให้สัญญาเช่าเลิกกัน และให้จำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์ มติดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีผลบังคับจำเลยเนื่องจากมิได้มีการบันทึกถึงเรื่องที่จำเลยเสนอขอซื้อที่ดินคืน และจำเลยก็มิได้บอกเลิกสัญญาเช่าต่อโจทก์ สัญญาเช่ายังไม่ครบ 6 ปี ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 จำเลยยังคงมีสิทธิอยู่ในที่ดินของโจทก์ต่อไป ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 5ของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์และทางนำสืบของโจทก์ขาดสาระสำคัญตามมาตรา 34 วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 กล่าวคือ มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าโจทก์ได้ส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าต่อจำเลย และได้ส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวต่อประธานคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล มติของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลเนินกว้าวที่ให้เลิกการเช่านาโดยยกเว้นไม่ปฏิบัติตามมาตรา 34 วรรคแรก แห่งกฎหมายดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน เห็นว่าข้อฎีกาดังกล่าวจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงมิใช่เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาก็ไม่เห็นสมควรวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2535
นาง ชลูด วินิจสร โจทก์
นาย คง ปา นศิ ลา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง ชลูด วินิจสร · จำเลย - นาย คง ปา นศิ ลา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทวัส อยู่วัฒนา · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา