⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8879/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8879/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาศาลแรงงานที่โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ถือเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่างานของบริษัท ด. ที่จำเลยมอบหมายให้โจทก์ทำนั้นเป็นงานที่มิใช่เกี่ยวกับกิจการของจำเลย เพราะบริษัทดังกล่าวนี้มิใช่เป็นบริษัทในเครือของจำเลยหรือบริษัท ก. ก็ดี ข้อตกลงในการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยมิได้กำหนดให้โจทก์ต้องทำงานให้แก่บริษัท ด. แม้โจทก์ยอมรับในคำฟ้องว่าจำเลยมอบให้ปฏิบัติงานกับบริษัทดังกล่าวก็ตามก็ไม่เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่บังคับให้โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการมอบหมายงานให้โจทก์ทำงานนอกเหนือจากงานที่เป็นกิจการของจำเลยเป็นการใช้สิทธิบังคับลูกจ้างนอกจากที่กฎหมายแรงงานบัญญัติไว้ จึงเป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะก็ดี จำเลยปรับตำแหน่งและขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ภายหลังจากที่งานในส่วนของบริษัท ด. ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จึงมิใช่เหตุผลที่จำเลยใช้ปรับค่าจ้างและเลื่อนตำแหน่งแก่โจทก์ก็ดี ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าการรับทำและดูแลงานด้านเอกสารและด้านบุคคลให้บริษัท ด. เป็นงานของจำเลยซึ่งมอบหมายให้โจทก์ดูแลงานดังกล่าวจนเป็นสาเหตุให้จำเลยปรับเลื่อนตำแหน่งและค่าจ้างแก่โจทก์ เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงดังที่โจทก์อุทธรณ์ให้แตกต่างไปจากที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมา จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเลิกจ้างโจทก์และบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิมหรือจ่ายค่าเสียหายเท่ากับรายได้ที่ขาดไปเป็นเงิน 3,840,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยมอบหมายให้โจทก์ต้องรับผิดชอบดูแลงานด้านบุคคลและงานด้านเอกสารให้แก่ลูกจ้าง 60 คน ที่โอนย้ายไปเป็นลูกจ้างบริษัทดิจิตอลสเปซ จำกัด อันเป็นเงื่อนไขการทำงานที่โจทก์ตกลงกับจำเลยก่อนที่จะมีการปรับเลื่อนตำแหน่งและปรับขึ้นค่าจ้างแก่โจทก์ การรับทำและดูแลงานด้านเอกสารและด้านบุคคลให้แก่ลูกจ้าง 60 คน ที่โอนย้ายไปทำงานให้แก่บริษัทดิจิตอลสเปซ จำกัด เป็นงานของจำเลย แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยมอบหมายให้โจทก์รับผิดชอบดูแลงานด้านบุคคลให้แก่ลูกจ้าง 60 คน ที่โอนย้ายไป โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลย โจทก์ฝ่าฝืนไม่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจึงเป็นการผิดสัญญาจ้างแรงงาน กรณีจึงมีเหตุผลและความจำเป็นเพียงพอที่ทำให้จำเลยไม่ไว้วางใจที่จะให้โจทก์ทำงานต่อไปและเลิกจ้างโจทก์ได้ ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ที่โจทก์อุทธรณ์ว่างานของบริษัทดิจิตอลสเปซ จำกัด ที่จำเลยมอบหมายให้โจทก์ทำนั้นเป็นงานที่มิใช่เกี่ยวกับกิจการของจำเลย เพราะบริษัทดังกล่าวนี้มิใช่เป็นบริษัทในเครือของจำเลยหรือบริษัทกันตนากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ก็ดี ข้อตกลงในการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยก็มิได้กำหนดให้โจทก์ต้องทำงานให้แก่บริษัทดิจิตอลสเปซ จำกัด แม้โจทก์จะยอมรับในคำฟ้องว่าจำเลยมอบให้ปฏิบัติงานให้กับบริษัทดังกล่าวก็ตาม ก็ไม่เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่บังคับให้โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการมอบหมายงานให้โจทก์ทำงานนอกเหนือจากงานที่เป็นกิจการของจำเลยเป็นการใช้สิทธิบังคับลูกจ้างนอกจากที่กฎหมายแรงงานบัญญัติไว้ จึงเป็นข้อตกลงที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะก็ดี จำเลยปรับตำแหน่งและขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์เป็นระยะเวลาภายหลังจากที่งานในส่วนของบริษัทดิจิตอลสเปซ จำกัด เกี่ยวกับการโอนย้ายลูกจ้าง 60 คน ได้ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว จึงมิใช่เหตุผลที่จำเลยใช้ปรับค่าจ้างและเลื่อนตำแหน่งให้แก่โจทก์ก็ดี ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์ที่โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่า การรับทำและดูแลงานด้านเอกสารและด้านบุคคลให้บริษัทดิจิตอลสเปซ จำกัด เป็นงานของจำเลย ซึ่งจำเลยมอบหมายให้โจทก์ดูแลงานดังกล่าวจนเป็นสาเหตุให้จำเลยปรับเลื่อนตำแหน่งและค่าจ้างแก่โจทก์ เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงดังที่โจทก์อุทธรณ์ให้แตกต่างไปจากที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมา จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8879/2559 นายปยุต วณิชชาโสภณ โจทก์ บริษัทกันตนาแอนนิเมชั่นสตูดิโอ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปยุต วณิชชาโสภณ · จำเลย - บริษัทกันตนาแอนนิเมชั่นสตูดิโอ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิยุต สุภัทรพาหิรผล · วิชัย เอื้ออังคณากุล · ธีระพงศ์ จิระภาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายชัยรัตน์ ศักดิ์โกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำร.130/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4392/2541ฎีกา 3817/2537ฎีกา 388/2533ฎีกา 7174/2542ฎีกา 7083/2548ฎีกา 6993-6996/2542ฎีกา 2766/2528ฎีกา 2599/2541ฎีกา 654/2536ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2839/2527ฎีกา 17817/2555ฎีกา 297/2551ฎีกา 8631/2550ฎีกา 1323/2530ฎีกา 8770/2548ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 1275/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3400/2532ฎีกา 604/2529ฎีกา 2213/2533ฎีกา 422/2541ฎีกา 697/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา