⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9284/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9284/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาไม่มีมูลและให้ยกคำร้องนั้นเป็นที่สุดตามกฎหมาย ผู้ร้องไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

การร้องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 นั้น มาตรา 8 ศาลชั้นต้นต้องไต่สวนคำร้อง แล้วส่งสำนวนการไต่สวนพร้อมความเห็นไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาว่าจะสั่งรับคำร้องนั้นไว้เพื่อดำเนินการพิจารณาคดีนั้นใหม่หรือไม่ตามมาตรา 9 ซึ่งในการพิจารณาคำร้องของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 10 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "...ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำร้องนั้นไม่มีมูล ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องนั้น" และวรรคสอง บัญญัติว่า "คำสั่งศาลอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด" เมื่อคดีอยู่ในชั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาสำนวนการไต่สวนพร้อมความเห็นของศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาสั่งรับคำร้องของผู้ร้องทั้งสองหรือไม่ตามมาตรา 10 ดังกล่าว มิใช่กรณีที่มีการพิจารณาคดีใหม่แล้วมีคำพิพากษาตามมาตรา 13 ที่จะฎีกาได้ตามมาตรา 15 (2) ดังนั้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่วินิจฉัยว่า คำร้องของผู้ร้องทั้งสองไม่มีมูลพอที่จะรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาใหม่และให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 10 วรรคสอง ผู้ร้องทั้งสองไม่มีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกาได้ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องทั้งสองมานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ม.8 พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ม.9 พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ม.10 พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ม.13 พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาว่า นายประยวน ผู้ร้องที่ 1 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 917/2552 ของศาลจังหวัดสุรินทร์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคสอง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะและที่ชุมนุมชนที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริง การมหรสพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุกผู้ร้องที่ 1 มีกำหนด 10 ปี 12 เดือน นายมานัดหรือมานัส ผู้ร้องที่ 2 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าว มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 86 จำคุก 6 ปี 8 เดือน ให้ผู้ร้องทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วม 231,213 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 เมษายน 2551 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่อ้างว่า หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษา นางจุฑามาศและนายเจษฎาพงษ์ ได้ร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ผู้ร้องทั้งสองต่อกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้สอบปากคำนายแพทย์ศิวาเมษฐ์ แพทย์ผู้ตรวจร่างกายโจทก์ร่วมและผู้เสียหาย กับมีการทดสอบวิถีกระสุนปืนที่ใช้ยิงโจทก์ร่วมและผู้เสียหาย ปรากฏว่าวิถีกระสุนปืน ทิศทางและระยะการยิงที่ทำให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ไม่ใช่วิถีกระสุนปืนที่มาจากการยิงของผู้ร้องที่ 1 จากพยานหลักฐานดังกล่าวกระทรวงยุติธรรมเชื่อว่าผู้ร้องทั้งสองมิใช่คนร้ายที่กระทำความผิด กรณีจึงถือว่ามีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดีที่แสดงว่าผู้ร้องทั้งสองมิได้กระทำความผิด ศาลชั้นต้นเห็นว่า กรณีตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไม่ต้องด้วยบทบัญญัติ มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 เห็นควรไม่รับคำร้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การร้องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 นั้น เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นตามมาตรา 8 ศาลชั้นต้นต้องทำการไต่สวนคำร้อง แล้วส่งสำนวนการไต่สวนพร้อมความเห็นไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่าจะสั่งรับคำร้องนั้นไว้เพื่อดำเนินการพิจารณาคดีนั้นใหม่หรือไม่ตามมาตรา 9 ซึ่งในการพิจารณาสั่งคำร้องของศาลอุทธรณ์นั้น มาตรา 10 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับสำนวนการไต่สวนและความเห็นแล้ว ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำร้องนั้นมีมูลพอที่จะรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ให้ศาลอุทธรณ์สั่งรับคำร้องและสั่งให้ศาลชั้นต้นที่รับคำร้องดำเนินการพิจารณาคดีที่รื้อฟื้นขึ้นพิจารณาใหม่ต่อไป แต่ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำร้องนั้นไม่มีมูล ให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องนั้น" และวรรคสอง บัญญัติว่า "คำสั่งของศาลอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นที่สุด" เมื่อคดีนี้อยู่ในชั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาสำนวนการไต่สวนพร้อมความเห็นของศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาสั่งรับคำร้องของผู้ร้องทั้งสองหรือไม่ตามมาตรา 10 ดังกล่าว มิใช่กรณีที่มีการพิจารณาคดีใหม่แล้วมีคำพิพากษาตามมาตรา 13 ที่จะฎีกาได้ตามมาตรา 15 (2) ดังนั้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่วินิจฉัยว่าคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไม่มีมูลพอที่จะรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาใหม่และให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง จึงเป็นที่สุดตามบทบัญญัติมาตรา 10 วรรคสอง ผู้ร้องทั้งสองไม่มีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องทั้งสองมานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้องทั้งสอง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9284/2559 นายประยวน แสงงาม กับพวก ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายประยวน แสงงาม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาติ ธัญญาวินิชกุล · จักษ์ชัย เยพิทักษ์ · รังสรรค์ กุลาเลิศ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายทรงธน ติระการ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถาพร ดาโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำรอ.3/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 826/2534ฎีกา 5121/2553ฎีกา 3863/2552ฎีกา 6582/2547ฎีกา 8868/2544ฎีกา 3292/2548ฎีกา 4088/2546ฎีกา 2892/2564ฎีกา 561/2566ฎีกา 6883/2542ฎีกา 4112/2556ฎีกา 8583/2568ฎีกา 2047/2566ฎีกา 6555/2548ฎีกา 4367/2566ฎีกา 5161/2566ฎีกา 3434/2545ฎีกา 5038/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา