⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 459/2565

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2565

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากเจ้าหนี้รับชำระหนี้ที่ลูกหนี้ชำระล่าช้าหรือไม่ครบถ้วนโดยมิได้ทักท้วง ย่อมถือว่าคู่สัญญาไม่ถือเอากำหนดเวลาชำระหนี้เป็นสาระสำคัญ และเจ้าหนี้จะต้องเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนจึงจะถือว่าลูกหนี้ผิดนัดได้.

ย่อคำพิพากษา

ในการผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนดเวลาในสัญญาและไม่ครบจำนวนหลายครั้ง แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้ โจทก์ก็ยอมรับชำระไว้ทุกครั้งโดยไม่ได้ทักท้วง พฤติการณ์ย่อมแสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ถือเอากำหนดเวลาในสัญญาเป็นสาระสำคัญ กรณีจึงถือว่าเป็นหนี้ไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งถึงกำหนดชำระหนี้โดยพลัน และจะถือว่าลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องเตือนให้ชำระหนี้ก่อน แต่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 203 วรรคหนึ่ง และมาตรา 204 วรรคหนึ่ง เมื่อได้ความว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ในวันที่ 29 มีนาคม 2562 และวันที่ 1 เมษายน 2562 แล้วจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์อีก โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ทั้งหมดภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ โดยจำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือในวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดในวันที่ 3 สิงหาคม 2562 และต้องรับผิดในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดนับแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2562 ซึ่งภายหลังจากจำเลยที่ 1 ผิดนัด โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันชำระหนี้แล้วเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 โดยจำเลยที่ 2 ได้รับไว้เองในวันที่ 10 สิงหาคม 2562 กรณีจึงถือได้ว่า เป็นการที่โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวแจ้งการผิดนัดของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ไปยังจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัด อันเป็นการที่โจทก์ได้ปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง แล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมทั้งดอกเบี้ยที่ค้างชำระเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.203 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.686

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,382,773.13 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 1,206,726.50 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,256,612.37 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 1,206,726.50 บาท นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแทนแก่โจทก์ 1,256,612.37 บาท พร้อม ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 1,206,726.50 บาท นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยเมื่อคำนวณแล้วต้องไม่เกิน 60 วัน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,206,726.50 บาท นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแทนพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,206,726.50 บาท นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นเวลา 60 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นในชั้นฎีกา ฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินจากโจทก์ 3,000,000 บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ เอ็ม อาร์ อาร์ บวก 6.75 ต่อปี หากผิดนัดยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราสูงสุดร้อยละ 18 ต่อปี ตกลงผ่อนชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดรายเดือนไม่น้อยกว่าเดือนละ 104,600 บาท เริ่มชำระงวดแรกภายในวันที่ 10 มีนาคม 2560 และงวดต่อ ๆ ไปทุกวันที่ 10 ของเดือน กำหนดชำระเสร็จสิ้นภายใน 3 ปี นับจากวันรับเงินกู้ มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 ผิดนัดต่อโจทก์เมื่อใด และจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงใด เห็นว่า ข้ออ้างของโจทก์สอดคล้องกับรายการชำระหนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในการผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนดเวลาในสัญญาและไม่ครบจำนวนหลายครั้ง แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้ โจทก์ก็ยอมรับชำระไว้ทุกครั้งโดยไม่ได้ทักท้วง พฤติการณ์ย่อมแสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ถือเอากำหนดเวลาในสัญญาเป็นสาระสำคัญ กรณีจึงถือว่าเป็นหนี้ไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งถึงกำหนดชำระหนี้โดยพลัน และจะถือว่าลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องเตือนให้ชำระหนี้ก่อน แต่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคหนึ่ง และมาตรา 204 วรรคหนึ่ง เมื่อได้ความว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ในวันที่ 29 มีนาคม 2562 และวันที่ 1 เมษายน 2562 แล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์อีก โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ทั้งหมดภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ โดยจำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือในวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดในวันที่ 3 สิงหาคม 2562 และต้องรับผิดในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดนับแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2562 ซึ่งภายหลังจากจำเลยที่ 1 ผิดนัด โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แล้วเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 โดยจำเลยที่ 2 ได้รับไว้เองในวันที่ 10 สิงหาคม 2562 กรณีจึงถือได้ว่า เป็นการที่โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวแจ้งการผิดนัดของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ไปยังจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัด อันเป็นการที่โจทก์ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 วรรคหนึ่ง แล้ว เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนด จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยรวมทั้งดอกเบี้ยที่ค้างชำระเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในส่วนดอกเบี้ยให้จำเลยที่ 2 ชำระเพียงหกสิบวันนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,206,726.50 บาท นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 ถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2562 และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,206,726.50 บาท นับแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินแทน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2565 ธนาคาร ย. โจทก์ บริษัท อ. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ย. · จำเลย - บริษัท อ. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นพเรศ พันธุ์นรา · สมเกียรติ ตั้งสกุล · ไชยยศ วรนันท์ศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายสุชาติ อินประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทวีศักดิ์ สายสุวรรณนที
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.840/2564

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1045/2484ฎีกา 1260/2518ฎีกา 5324/2537ฎีกา 451/2491ฎีกา 2074/2545ฎีกา 2354/2566ฎีกา 1609-1610/2519ฎีกา 10166/2539ฎีกา 394/2550ฎีกา 3803/2565ฎีกา 6239/2551ฎีกา 961/2566ฎีกา 7635/2543ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 6052/2537ฎีกา 2013/2531ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 3145/2545ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1776/2541ฎีกา 3005/2541ฎีกา 2660/2545ฎีกา 3994/2540ฎีกา 1302/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา