⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา ๓๑๐๓-๓๑๐๕/๒๕๖๑

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๐๓-๓๑๐๕/๒๕๖๑

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ทับที่ดินที่มีเอกสารสิทธิของผู้มีสิทธิครอบครองอยู่ก่อนแล้ว เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ที่ดินจะถูกประกาศเป็นที่สาธารณประโยชน์ภายหลังการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิของผู้ครอบครองก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ เอกชนผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องนายอำเภอท่าศาลา ที่ ๑ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ ๒ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๓ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาท่าศาลา ที่ ๔ ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อมา ศาลมีคำสั่งเรียกมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้ามาในคดีโดยกำหนดให้เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามหลักฐาน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๒๑๓ และ ส.ค. ๑ เลขที่ ๗๐ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ถึงที่ ๔ ร่วมกันออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ นศ. ๐๑๑๙ ทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองแปลงดังกล่าว เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินตาม น.ส.ล. เลขที่ นศ. ๐๑๑๙ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของผู้ถูกฟ้องคดที่ ๕ และศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๐๓-๓๑๐๕/๒๕๖๑ ให้เพิกถอน น.ส.ล. ในส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ในคดีดังกล่าว ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอน น.ส.ล. เลขที่ นศ. ๐๑๑๙ ส่วนที่ออกทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ถึงที่ ๔ ให้การสรุปได้ว่า ที่ดินพิพาทได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์มาตั้งแต่ก่อนที่ผู้ฟ้องคดีครอบครอง ต่อมาเมื่อปี ๒๕๒๔ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ได้ยื่นคำขอรังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง โดยได้มีการรังวัดและรับรอง แนวเขตที่ดิน พร้อมทั้งปิดประกาศการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อมีผู้คัดค้าน ได้ดำเนินการสอบสวนและพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิทับที่สาธารณประโยชน์ ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ มีคำสั่งให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จำนวน ๔๕ แปลง รวมถึงแปลงของผู้ฟ้องคดีด้วย ที่ดินพิพาทได้มาภายหลังประกาศเป็นที่สาธารณประโยชน์ แม้ผู้ฟ้องคดีจะครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทนานเพียงใด ก็ไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้รัฐได้ ตามที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ ๓๑๐๓-๓๑๐๕/๒๕๖๑ ให้เพิกถอน น.ส.ล. ส่วนที่ทับที่ดินโจทก์ในคดีดังกล่าว นั้น ยังมีคำพิพากษาในคดีอื่นวินิจฉัยว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์ ขอให้ยกฟ้อง ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ให้การว่า กระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้ทบวงมหาวิทยาลัยใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ ตาม น.ส.ล. เลขที่ นศ. ๐๑๑๙, ๐๑๑๘, ๐๒๔๓ เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และให้ทบวงมหาวิทยาลัยจ่ายค่าชดเชยผลอาสินและเงินชดเชยทรัพย์สินในที่ดินให้แก่ราษฎร เพื่อให้ออกจากที่ดินสาธารณประโยชน์ ผู้ฟ้องคดีรับเงินค่าชดเชยทรัพย์สินและผลอาสิน และออกจากที่ดินพิพาทแล้ว แสดงว่าผู้ฟ้องคดียอมรับว่าครอบครองที่ดินพิพาทโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า แม้คดีนี้ ผู้ฟ้องคดี เป็นเอกชน ยื่นฟ้องนายอำเภอท่าศาลา ที่ ๑ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ ๒ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๓ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราช สาขาท่าศาลา ที่ ๔ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ ๕ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมี คำขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ นศ. ๐๑๑๙ ในส่วนที่ออกทับที่ดินตามหลักฐานหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๓๒๑๓ และแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) เลขที่ ๗๐ ของผู้ฟ้องคดี อันเป็นการตั้งรูปเรื่องเป็นการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่ง ทางปกครอง แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงดังกล่าว ก็เนื่องมาจากผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ที่ดินพิพาท ตาม น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๒๑๓ และ ส.ค. ๑ เลขที่ ๗๐ เป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีครอบครองทำประโยชน์ แต่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงทับที่ดินของผู้ฟ้องคดี โดยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๐๓-๓๑๐๕/๒๕๖๑ พิพากษาให้เพิกถอน น.ส.ล. ในส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ในคดีดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าโต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์มาตั้งแต่ก่อนผู้ฟ้องคดีครอบครองและปัจจุบันมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ นศ. ๐๑๑๙ แล้ว ผู้ฟ้องคดียอมรับค่าชดเชยและออกจากที่ดินอันเป็นการยอมรับว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณะ ผู้ฟ้องคดีครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอื่นวินิจฉัยว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งแตกต่างจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๐๓-๓๑๐๕/๒๕๖๑ ดังนี้ จึงเห็นได้ว่า ลักษณะข้อพิพาทในคดีเป็นเรื่องการโต้แย้งสิทธิในที่ดินพิพาท ซึ่งยังไม่อาจหาข้อยุติกันได้ ดังนั้น การที่ศาลจะมีคำพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ นศ. ๐๑๑๙ ในส่วนที่ทับที่ดินตาม น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๓๒๑๓ และ ส.ค. ๑ เลขที่ ๗๐ ตามคำขอของผู้ฟ้องคดีได้หรือไม่ นั้น ต้องวินิจฉัยก่อนว่าที่ดินพิพาทนั้นเป็นของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ นศ. ๐๑๑๙ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความศาลผู้ส่งความเห็น - ศาลปกครองนครศรีธรรมราช · ศาลผู้รับความเห็น - ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช · ผู้ฟ้องคดี - นาย ส. กับพวกรวม 24 คน · ผู้ถูกฟ้องคดี - นายอำเภอท่าศาลา กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไม่มี
แหล่งที่มาสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
หมายเลขคดีดำ83/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ