คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 78/2563
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทร ม.2
ย่อคำพิพากษา
คดีที่เอกชนผู้รับประกันภัย ยื่นฟ้องกรมทางหลวง จำเลย ว่า จำเลยไม่บำรุงรักษาทรัพย์ให้มั่นคงแข็งแรง เป็นเหตุให้เมื่อมีฝนตกหนัก ลมพัดแรง ทำให้เสาเหล็กและป้ายบอกทางของจำเลยที่ปลูกสร้างหรือติดตั้งไว้สำหรับการจราจรบนทางหลวง โค่นลงมาทับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัย โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้วใช้สิทธิไล่เบี้ยแก่จำเลย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย เมื่อ กรมทางหลวง จำเลย เป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นกรม สังกัดกระทรวงคมนาคม ตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อ ๒ กำหนดให้กรมทางหลวง มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง การก่อสร้างและบำรุงรักษาทางหลวงให้มีโครงข่ายทางหลวงที่สมบูรณ์ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง จึงเป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดหน้าที่ของจำเลยเกี่ยวกับการก่อสร้างและบำรุงรักษาทางหลวงให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง ประกอบกับพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ ก็ได้นิยามคำว่า ทางหลวง หมายความว่า ทางหรือถนนซึ่งจัดไว้เพื่อประโยชน์ในการจราจรสาธารณะทางบก... และหมายความรวมถึง...ป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร เครื่องหมายสัญญาณ เครื่องสัญญาณไฟฟ้า เครื่องแสดงสัญญาณ ที่จอดรถ ที่พักคนโดยสาร ที่พักริมทาง เรือหรือพาหนะสำหรับขนส่งข้ามฟาก ท่าเรือสำหรับขึ้นหรือลงรถ และอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดาที่มีอยู่หรือที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงเพื่อประโยชน์แก่งานทางหรือผู้ใช้ทางหลวงนั้นด้วย ดังนั้น เสาเหล็กและป้ายบอกทางของจำเลยที่อยู่ในเขตทางหลวงจึงเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดาที่มีอยู่หรือที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงเพื่อประโยชน์แก่งานทางหรือผู้ใช้ทางหลวงที่จำเลยมีหน้าที่ตามกฎหมายในการบำรุงรักษาให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยอย่างเพียงพอแก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไม่บำรุงรักษาทรัพย์ให้มั่นคงแข็งแรง เป็นเหตุให้เมื่อมีฝนตกหนัก ลมพัดแรง ทำให้เสาเหล็กและป้ายบอกทางของจำเลยที่ปลูกสร้างหรือติดตั้งไว้สำหรับการจราจรบนทางหลวง โค่นลงมาทับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัย โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้วใช้สิทธิไล่เบี้ยแก่จำเลย คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทร ม.2 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม.3 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม.9 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 ม.4 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ม.21
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดตรัง · โจทก์ร่วม - นาง มยุรี มิตรเดช · จำเลย - นาย เลื่อง ชุมชู กับพวกรวม 2 คน · จำเลยร่วม - นาง มยุรี มิตรเดช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | () |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.1264/2562 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา