⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5134/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5134/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลจะส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้นั้น ต้องเป็นการกล่าวอ้างว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดีต้องด้วยรัฐธรรมนูญเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฯ มาตรา 264 วรรคหนึ่ง กรณีที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ต้องเป็นกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับแก่คดีที่ศาลพิจารณาอยู่ การที่จะพิจารณาว่าศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจพิจารณาคดีนี้หรือไม่ จะต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร ฯ มาตรา 7 จำเลยให้การว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางแต่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 276 ที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง ฯ มาตรา 9 บัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 6 นั้น มิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดีต้องด้วยรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 6 จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม.9 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม.7 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ม.6 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ม.264 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ม.276 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ม.6 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ม.264 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินกับเงินเพิ่มจำนวน ๔๑๒,๖๓๒ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า คดีนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างราชการส่วนท้องถิ่นกับเอกชน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ การที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ บัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และให้การต่อสู้ประเด็นอื่นอีกหลายประเด็น ขอให้ยกฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔ ขอให้ศาลภาษีอากรกลางส่งเรื่องที่จำเลยให้การต่อสู้ประเด็นอำนาจฟ้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๔ ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่าการที่ศาลจะส่งคำโต้แย้งของคู่ความไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ หรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล ในคดีนี้ศาลได้ตั้งประเด็นปัญหาข้อกฎหมายไว้ในชั้นชี้สองสถานแล้วจึงไม่มีเหตุตามคำร้อง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจนเสร็จการพิจารณา และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๔ จำเลยคัดค้านคำสั่งดังกล่าว จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๔ ว่า การที่ศาลภาษีอากรกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าว ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๔๑๒,๖๓๒ บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งทั้งสองฉบับดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า... ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางไม่ส่งความเห็นของจำเลยที่ว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยบทบัญญัติ มาตรา ๖ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว และส่งความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการเพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัย" ตามบทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่า กรณีที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ต้องเป็นกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับแก่คดีที่ศาลพิจารณาอยู่ การที่จะพิจารณาว่าศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้หรือไม่ จะต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๗ ดังนั้น การที่จำเลยให้การว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง แต่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ ที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ บัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ จึงมิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีต้องด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับดังกล่าวชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์. นายอดิเทพ ถิระวัฒน์ ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อยาว นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5134/2545 บริษัทเอเชี่ยนสตีลบาร์ จำกัด

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด - บริษัทเอเชี่ยนสตีลบาร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองหล่อ โฉมงาม · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · โนรี จันทร์ทร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 4143/2532ฎีกา 744/2552ฎีกา 3711/2534ฎีกา 3056/2535ฎีกา 3407/2551ฎีกา 9570/2544ฎีกา 5990/2552ฎีกา 3046/2535ฎีกา 5165/2531ฎีกา 5417/2545ฎีกา 753/2543ฎีกา 1431/2545ฎีกา 5961/2549ฎีกา 812/2565ฎีกา 6374/2550ฎีกา 7391/2547ฎีกา 6028/2550ฎีกา 2575/2544ฎีกา 30/2542ฎีกา 2841/2553ฎีกา 5555/2531ฎีกา 260/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา