มาตรานี้กำหนดว่าใครบ้างที่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งเลิกมูลนิธิได้ และระบุถึงเหตุผลหลักๆ ที่ศาลจะพิจารณาสั่งเลิกมูลนิธิ เช่น วัตถุประสงค์ผิดกฎหมาย การกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรม หรือเมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้
พบ 5 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2491–2540) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 945/2493 🤖 ย่อโดย AIการเพิ่มเติมคำฟ้องที่เปลี่ยนลักษณะคำขอให้บังคับคดีและขัดแย้งกับคำฟ้องเดิม ถือเป็นการเลิกฟ้องเดิมและฟ้องใหม่ ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ เมื่อคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้…ฎีกาที่ 2223/2518 🤖 ย่อโดย AIการส่งคำวินิจฉัยอุทธรณ์โดยบุรุษไปรษณีย์ไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัท ถือว่าบริษัทได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วในวันที่ส่ง. การฟ้องคดีต้องกระทำภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รั…ฎีกาที่ 429/2491 🤖 ย่อโดย AIการที่จำเลยใช้สถานที่เช่าเพื่อการค้า ทำให้จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่า และไม่สามารถยกกฎหมายที่ออกมาภายหลังมาใช้บังคับแก่กรณีของตนได้…ฎีกาที่ 17-18/2497 🤖 ย่อโดย AIการครอบครองที่ดินโดยปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 อาจใช้ยันผู้เยาว์ได้ไม่ใช่การแสดงเจตนาตามมาตรา 131…ฎีกาที่ 2567-2568/2540 🤖 ย่อโดย AIการดำเนินกิจการของมูลนิธิที่กรรมการไม่สามารถหาเสียงข้างมากได้ตามกฎหมาย ให้ถือว่ามูลนิธินั้นต้องเลิกกิจการ…นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดสามารถร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกมูลนิธิได้
มูลนิธิอาจถูกสั่งเลิกได้เมื่อวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมาย, กระทำการขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน, หรือไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ หรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป
ได้ หากมูลนิธิหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป อาจเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งให้เลิกมูลนิธิได้
การกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ อาจเป็นเหตุให้มูลนิธิถูกสั่งเลิกได้
↑ ดูประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26