⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 945/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิ่มเติมคำฟ้องที่เปลี่ยนลักษณะคำขอให้บังคับคดีและขัดแย้งกับคำฟ้องเดิม ถือเป็นการเลิกฟ้องเดิมและฟ้องใหม่ ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ เมื่อคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว ฝ่ายที่ลงชื่อรับผิดสามารถฟ้องร้องบังคับตามสัญญานั้นได้ โดยไม่เป็นปัญหาว่าอีกฝ่ายได้ตั้งตัวแทนให้ทำสัญญาหรือไม่ หากต่อมาได้มีการรับรองสัญญานั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทุจริตแสดงตัวเป็นโจทก์ขอรับโอนมรดกที่ดินแล้วโอนขายให้จำเลย ขอให้เพิกถอนการรับโอนมรดกและการซื้อขายภายหลังขอเพิ่มเติมฟ้องว่าจำเลยทำสัญญายอมความ โดยจำเลยยอมโอนคืนที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ชำระเงินที่ผู้อื่นเป็นลูกหนี้จำเลยให้จำเลย 200บาทเมื่อจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรายนี้ให้โจทก์แล้วจึงขอให้ศาลพิพากษาตามสัญญายอมความนี้ ถือว่าเป็นคนละลักษณะกับฟ้องเดิมคำขอบังคับก็ขัดกันเท่ากับขอเลิกฟ้องเดิมแล้วเอาใหม่ไม่ใช่เพิ่มเติมฟ้องกรณีต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 วรรคท้ายซึ่งบัญญัติห้ามไว้ไม่ให้กระทำ ศาลชอบที่จะยกเสียตาม มาตรา 180โจทก์จะได้ไปฟ้องเป็นคดีใหม่ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้โดยลงชื่อรับผิดไว้แก่เขาแต่ฝ่ายเดียวแล้ว ไม่ปฏิบัติตามสัญญาเขาย่อมฟ้องให้รับผิดตามสัญญาที่ตนลงลายมือชื่อไว้ได้ โดยไม่เป็นปัญหาว่าเขาได้ตั้งตัวแทนให้ทำสัญญากับจำเลยหรือไม่ ซึ่งต่อมาเขาได้รับรองสัญญานั้นแล้วด้วย ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้อง ถ้าศาลชั้นต้นไม่สั่งแต่มาในชั้นพิจารณาศาลชั้นต้นยกขึ้นเป็นประเด็นพิพากษาให้ แสดงว่าได้อนุญาตให้เพิ่มเติมคำฟ้องนี้ เรื่องได้ผ่านมาจนเช่นนี้และไม่มีฝ่ายใด ร้องฎีกาขึ้นมาจึงไม่สมควรที่ศาลฎีกาจะรื้อฟื้นแก้เป็นอย่างอื่น การที่โจทก์ขอดำเนินการทางสัญญาประนีประนอมยอมความเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าโจทก์จะให้จำเลยรับผิดตามสัญญานั้น ไม่ติดใจที่จะเอาตามมูลคดีเดิมที่ฟ้องไว้ จำเลยไม่ได้ฎีกาเถียงสัญญานี้ว่าใช้ไม่ได้ด้วยประการใด เป็นแต่ว่าทนายโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญานั้น ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าทนายโจทก์ทำได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าจำเลยได้ทำสัญญานั้นหรือไม่จึงพิพากษายืน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.131 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.131 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลย ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการโอนรับมรดกและการซื้อขาย ให้จำเลยส่งโฉนดคืนห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท จำเลยต่อสู้ว่า ได้ซื้อที่ดินจากฝ่ายโจทก์ครอบครองมา 12 ปีเศษแล้ว ต่อมาทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยได้มาทำสัญญายอมความไว้กับทนายโจทก์แล้วดั่งสำเนาซึ่งส่งมา บัดนี้จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญายอม จึงขอเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลพิพากษาตามสัญญายอมความนี้ จำเลยต่อสู้ว่า ทนายโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญายอมความนอกศาล ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการโอนรับมรดกและการโอนซื้อขายที่ดินเสีย คำขอข้ออื่นบังคับไม่ได้ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้เป็นตามสัญญาประนีประนอมยอมความคือให้จำเลยโอนคืนโฉนดที่ 1184 ให้โจทก์ชำระเงินที่นายชื่นเป็นลูกหนี้จำเลย ให้จำเลย 200 บาท เมื่อจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรายนี้ให้โจทก์แล้ว จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ควรให้เพิ่มเติมฟ้อง เพราะแม้จะเป็นเรื่องเดียวกันก็ดี แต่เป็นคนละตอน และเป็นคนละลักษณะกับคำฟ้องเดิมประกอบทั้งตามคำร้องของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยตามสัญญายอมความ ซึ่งขัดกับคำขอในคำฟ้องเดิม เท่ากับขอเลิกฟ้องเดิมแล้วเอาใหม่ ไม่ใช่เพิ่มเติมฟ้องเดิมเลย เพราะเมื่อถือตามสัญญายอมความนี้แล้ว ข้อหาในคำฟ้องเดิมก็ตกไปสิ้น จึงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวข้องพอจะรวมพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ กรณีต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 วรรคท้าย แต่มาในชั้นพิจารณาศาลชั้นต้นยกขึ้นเป็นประเด็นพิพากษาให้ แสดงว่าได้อนุญาตให้เพิ่มเติมคำฟ้องนี้ เรื่องได้ผ่านมาจนเช่นนี้และไม่มีฝ่ายใด ร้องฎีกาขึ้นมาจึงไม่สมควรที่ศาลฎีกาจะรื้อฟื้นแก้เป็นอย่างอื่น การที่โจทก์ขอดำเนินการทางสัญญาประนีประนอมยอมความเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าโจทก์จะให้จำเลยรับผิดตามสัญญานั้น ไม่ติดใจที่จะเอาตามมูลคดีเดิมที่ฟ้องไว้ จำเลยไม่ได้ฎีกาเถียงสัญญานี้ว่าใช้ไม่ได้ด้วยประการใด เป็นแต่ว่าทนายโจทก์ไม่มีอำนาจทำสัญญานั้นซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าทนายโจทก์ทำได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าจำเลยได้ทำสัญญานั้นหรือไม่ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2493 นายโต๊ะ เพ็ญเขตตกร ที่ 1 นายห่วง เพ็ญเขตตกร ที่ 2 โจทก์ นายสด น้ำค้าง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโต๊ะ เพ็ญเขตตกร ที่ 1 นายห่วง เพ็ญเขตตกร ที่ 2 · จำเลย - นายสด น้ำค้าง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 988/2485ฎีกา 280/2530ฎีกา 2494/2553ฎีกา 685/2550ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 3555/2528ฎีกา 2026/2494ฎีกา 1606/2500ฎีกา 3589/2525ฎีกา 8108/2542ฎีกา 7051/2540ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 7279/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2329/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา