⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกสารบัญกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ › มาตรา 1539

มาตรา 1539 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

บรรพ ๕ ครอบครัว · ลักษณะ ๒ บิดามารดากับบุตร
มาตรา 1539 ในกรณีที่สันนิษฐานว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นหรือเคยเป็นคู่สมรสตามมาตรา 1536 มาตรา 1537 หรือมาตรา 1538 ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นคู่สมรสจะไม่รับเด็กเป็นบุตรของตนก็ได้ โดยฟ้องเด็กกับมารดาเด็กร่วมกันเป็นจำเลยและพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ได้อยู่ร่วมกับมารดาเด็กในระยะเวลาตั้งครรภ์คือระหว่างหนึ่งร้อยแปดสิบวันถึงสามร้อยสิบวันก่อนเด็กเกิด หรือตนไม่สามารถเป็นบิดาของเด็กได้เพราะเหตุอย่างอื่น แต่ถ้าในขณะยื่นฟ้องมารดาเด็กไม่มีชีวิตอยู่ จะฟ้องเด็กแต่ผู้เดียวเป็นจำเลยก็ได้ ถ้าเด็กไม่มีชีวิตอยู่ไม่ว่ามารดาของเด็กจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ จะยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าเด็กนั้นไม่เป็นบุตรก็ได้ ในกรณีที่มารดาของเด็กหรือทายาทของเด็กยังมีชีวิตอยู่ ให้ศาลส่งสำเนาคำร้องนี้ไปให้ด้วย และถ้าศาลเห็นสมควร จะส่งสำเนาคำร้องไปให้อัยการพิจารณาเพื่อดำเนินคดีแทนเด็กด้วยก็ได้

สรุปมาตรา 1539 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI

มาตรานี้กำหนดวิธีที่ชายผู้เป็นหรือเคยเป็นคู่สมรสจะไม่รับเด็กเป็นบุตรของตน ในกรณีที่กฎหมายสันนิษฐานว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายตามที่ตัวบทอ้างถึง โดยต้องฟ้องเด็กกับมารดาเด็กร่วมกันเป็นจำเลย และพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ได้อยู่ร่วมกับมารดาเด็กในระยะเวลาตั้งครรภ์ คือระหว่างหนึ่งร้อยแปดสิบวันถึงสามร้อยสิบวันก่อนเด็กเกิด หรือตนไม่สามารถเป็นบิดาของเด็กได้เพราะเหตุอย่างอื่น ทั้งนี้ ถ้าในขณะยื่นฟ้องมารดาเด็กไม่มีชีวิตอยู่ จะฟ้องเด็กแต่ผู้เดียวเป็นจำเลยก็ได้ และถ้าเด็กไม่มีชีวิตอยู่ไม่ว่ามารดาจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ จะยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าเด็กนั้นไม่เป็นบุตรก็ได้ โดยในกรณีที่มารดาของเด็กหรือทายาทของเด็กยังมีชีวิตอยู่ ให้ศาลส่งสำเนาคำร้องไปให้ด้วย และถ้าศาลเห็นสมควรจะส่งสำเนาคำร้องไปให้อัยการพิจารณาเพื่อดำเนินคดีแทนเด็กก็ได้

📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): แหล่งข้อมูลทางการ ↗

💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 1539 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณ

📌 คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรา 1539

พบ 10 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2492–2547) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)

ฎีกาที่ 1848/2506 🤖 ย่อโดย AIหลักกฎหมาย: * เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าบุตรเป็นของบิดา โจทก์ซึ่งไม่ใช่บิดาไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเรียกบุตรคืนจากบิดาได้ * บิดามีอำนาจปกครองบุตรที่ยังไม…ฎีกาที่ 116/2547 🤖 ย่อโดย AIการที่สามีจะฟ้องให้บุตรที่เกิดระหว่างภริยาของตนเป็นบุตรนอกกฎหมายได้นั้น ต้องพิสูจน์ว่าตนไม่ได้อยู่ร่วมกับภริยาในช่วงเวลาตั้งครรภ์ หรือมีเหตุอื่นที่ทำให้ตนเป็นบิดาไม่ได้.…ฎีกาที่ 2076/2497 🤖 ย่อโดย AIบุคคลไม่ใช่ทรัพย์สิน บุตรจึงไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของบิดามารดาที่จะมอบให้บุคคลอื่นได้ การอุปการะเด็กไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองเด็กนั้น…ฎีกาที่ 288/2506 🤖 ย่อโดย AIผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิฟ้องคดีแทนผู้เยาว์ได้ แต่หากผู้เยาว์ถูกกฎหมายห้ามมิให้ฟ้องคดีนั้น ผู้ใช้อำนาจปกครองก็ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนั้นแทนผู้เยาว์เช่นกัน…ฎีกาที่ 1616/2518 🤖 ย่อโดย AIแม้โดยปกติอำนาจปกครองบุตรจะอยู่กับบิดา แต่ศาลจะกำหนดให้อยู่กับมารดาได้หากเห็นว่าเหมาะสมกว่า โดยพิจารณาจากประโยชน์และความผาสุกของบุตรเป็นสำคัญ…ฎีกาที่ 998/2505 🤖 ย่อโดย AIบิดาที่จดทะเบียนรับรองบุตรนอกสมรสมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว โดยอำนาจปกครองบุตรย่อมอยู่แก่มารดาหากบิดาไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร…ฎีกาที่ 1509/2514 🤖 ย่อโดย AIการขอให้ศาลสั่งให้ส่งบุตรคืนก่อนพิพากษา สามารถทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(2) โดยไม่จำกัดเฉพาะทรัพย์สินเท่านั้น…ฎีกาที่ 916/2519 🤖 ย่อโดย AIมารดาผู้มีอำนาจปกครองบุตรนอกสมรส มีสิทธิกำหนดที่อยู่ของบุตรและเรียกบุตรคืนจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมายได้…

ดูคำพิพากษาทั้งหมด 10 คดีที่อ้างมาตรา 1539 →

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 1539

สามีจะปฏิเสธว่าเด็กไม่ใช่บุตรของตนต้องทำอย่างไร

ต้องฟ้องเด็กกับมารดาเด็กร่วมกันเป็นจำเลย และพิสูจน์ว่าตนไม่ได้อยู่ร่วมกับมารดาเด็กในช่วงตั้งครรภ์ หรือไม่สามารถเป็นบิดาได้เพราะเหตุอย่างอื่น

ระยะเวลาตั้งครรภ์ที่กฎหมายกำหนดคือช่วงใด

ระหว่างหนึ่งร้อยแปดสิบวันถึงสามร้อยสิบวันก่อนเด็กเกิด

ถ้ามารดาเด็กเสียชีวิตแล้วฟ้องอย่างไร

ฟ้องเด็กแต่ผู้เดียวเป็นจำเลยก็ได้ และถ้าเด็กไม่มีชีวิตอยู่ จะยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าเด็กนั้นไม่เป็นบุตรก็ได้

มาตราใกล้เคียง

มาตรา 1535มาตรา 1536มาตรา 1537มาตรา 1538มาตรา 1541มาตรา 1542มาตรา 1543มาตรา 1544

↑ ดูประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั้งหมด

🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26

⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง