⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 288/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิฟ้องคดีแทนผู้เยาว์ได้ แต่หากผู้เยาว์ถูกกฎหมายห้ามมิให้ฟ้องคดีนั้น ผู้ใช้อำนาจปกครองก็ไม่มีสิทธิฟ้องคดีนั้นแทนผู้เยาว์เช่นกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องคดีในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์นั้น ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิของตนเอง แต่เป็นการใช้สิทธิของผู้เยาว์ เพราะผู้เยาว์ใช้สิทธิด้วยตนเองยังไม่ได้ ผู้ใช้อำนาจปกครองจึงใช้สิทธินั้นแทนด้วยอำนาจกฎหมาย โดยมิต้องให้ผู้เยาว์มอบอำนาจดังเช่นบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะ เมื่อผู้เยาว์ไม่มีสิทธิฟ้องบุพพการี โดยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1534 แล้ว ผู้แทนโดยชอบธรรมก็ไม่มีสิทธิที่จะฟ้องด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1534 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1539 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1543

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นภริยานายอรุณ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เกิดบุตรหนึ่งคนคือเด็กชายนิโรธ ซึ่งนายอรุณบิดารับรองว่าเป็นบุตร นายอรุณตายแล้ว มีที่ดินเป็นมรดก ๒ แปลง กับมีเรือนหนึ่งหลัง ซึ่งนายอรุณกับโจทก์ร่วมกันปลูกสร้างขึ้น ที่ดินและเรือนนี้ จำเลยเข้าครอบครองไม่ยอมแบ่งให้เด็กชายนิโรจและโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาแบ่งให้ จำเลยให้การว่า ที่ดินและเรือนเป็นของจำเลยซื้อมาและปลูกสร้างขึ้น โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่ง ศาลชั้นต้นฟังว่าที่ดินและเรือนเป็นของนายอรุณ คดีนี้โจทก์ใช้อำนาจผู้แทนโดยชอบธรรมฟ้องคดีในนามของตนเอง มิใช่เด็กชายนิโรจเป็นโจทก์ฟ้องจำเลย ไม่เป็นอุทลุม พิพากษาให้แบ่งที่ดินและเรือนให้เด็กชายนิโรจและจำเลยคนละครึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเด็กชายนิโรจเป็นบุตรนายอรุณ ๆ เป็นบุตรจำเลย จำเลยย่อมเป็นบุพพการีของเด็กชายนิโรจ การที่นางย้ายฟ้องเรียกทรัพย์มรดกในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายนิโรจ เท่ากับเด็กชายนิโรจเป็นผู้ฟ้องคดีเอง จึงเป็นคดีอุทลุม เป็นปัญหาเรื่องอำนาจฟ้อง ซึ่งเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไป พิพากษากลับยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่าไม่เป็นคดีอุทลุม เพราะโจทก์ฟ้องเอาทรัพย์ส่วนของเด็กชายนิโรจมาให้เด็กชายนิโรจ โจทก์กับจำเลยเป็นคนอื่น มิใช่บุพพการี กับฎีกาข้อเท็จจริงว่าทรัพย์พิพาทเป็นมรดก ขอให้โจทก์ชนะ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์ฟ้องคดีในนามตนเองขอแบ่งเรือนพิพาทนั้นย่อมฟ้องได้ แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเรือนพิพาทเป็นของนายอรุณผู้ตาย โจทก์มิได้เป็นเจ้าของร่วมและโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ ข้อหาส่วนที่โจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวเป็นอันยุติไปแล้ว ส่วนข้อหาที่โจทก์ฟ้องในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายนิโรจนั้น เมื่อได้พิจารณาถึงอำนาจปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๙ และ ๑๕๔๓ แล้ว เห็นได้ว่าผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิเฉพาะเกี่ยวกับตัวบุตร และจัดการทรัพย์สินของบุตรเท่านั้น การฟ้องคดีเป็นการใช้สิทธิของบุตร เพราะบุตรใช้สิทธิของตนเองยังมิได้ ผู้ใช้อำนาจปกครองจึงใช้สิทธินั้นแทนตามอำนาจกฎหมายโดยมิต้องให้บุตรมอบอำนาจดังเช่นบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะ เมื่อบุตรผู้เยาว์ไม่มีสิทธิฟ้องบุพพการี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๔ ผู้แทนโดยชอบธรรมก็ไม่มีสิทธิที่จะใช้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2506 นางย้าย แก้วพิชัย โดยตนเองและผู้แทนโดยชอบธรรมเด็กนายนิโรจ แก้ว พิชัย โจทก์ นางมี แก้วพิชัย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความแก้ว - นางย้าย แก้วพิชัย โดยตนเองและผู้แทนโดยชอบธรรมเด็กนายนิโรจ · โจทก์ - พิชัย · ล. - นางมี แก้วพิชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · นายไชยเจริญ สันติศิริ · นายไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายน้อม ศรีสรรพางศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3615/2568ฎีกา 2395/2538ฎีกา 2302/2518ฎีกา 1241/2491ฎีกา 3293/2530ฎีกา 643/2494ฎีกา 651/2507ฎีกา 380/2496ฎีกา 1190/2495ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4217/2565ฎีกา 7255/2539ฎีกา 6038/2534ฎีกา 2159/2556ฎีกา 782/2516ฎีกา 578/2513ฎีกา 2394/2533ฎีกา 1445/2482ฎีกา 193/2524ฎีกา 7455/2547ฎีกา 1370/2494ฎีกา 377/2493ฎีกา 563/2517ฎีกา 1649/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา