มาตรา 10 พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542
หมวด ๒ การกำกับและส่งเสริมสหกรณ์
มาตรา ๑๐ คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องนโยบายและแนวทางในการพัฒนาการสหกรณ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ (๒) กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการสหกรณ์ให้สอดคล้องกับระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (๓)
กำหนดแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนการขยายธุรกิจและกิจการของสหกรณ์ รวมทั้งการร่วมมือกับภาคเอกชนให้มีส่วนในการพัฒนาการสหกรณ์ (๔) กำหนดแนวทางในการประสานงานระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชน เพื่อให้การส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสหกรณ์ (๕)
พิจารณาแก้ไขปัญหาและอุปสรรคตลอดจนข้อขัดข้องที่ทำให้นโยบายและแผนการพัฒนาการสหกรณ์ไม่อาจบรรลุเป้าหมาย (๖) พิจารณาเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับสหกรณ์ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย (๗) มีอำนาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
สรุปมาตรา 10 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 กำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ได้แก่ เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องนโยบายและแนวทางพัฒนาการสหกรณ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการสหกรณ์ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำหนดแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนการขยายธุรกิจและกิจการของสหกรณ์รวมทั้งความร่วมมือกับภาคเอกชน กำหนดแนวทางประสานงานระหว่างส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน พิจารณาแก้ไขปัญหาและอุปสรรค และพิจารณาเรื่องอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 10 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 10
คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติทำอะไร
เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเรื่องนโยบายพัฒนาการสหกรณ์ กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาการสหกรณ์ กำหนดแนวทางส่งเสริมและประสานงาน และแก้ไขปัญหาอุปสรรค
แผนพัฒนาการสหกรณ์ต้องสอดคล้องกับอะไร
ต้องสอดคล้องกับระยะเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
คณะกรรมการรับเรื่องอื่นได้หรือไม่
ได้ โดยพิจารณาเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวกับสหกรณ์ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง