มาตรา 13 พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542
หมวด ๒ การกำกับและส่งเสริมสหกรณ์
มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ในการประชุมครั้งใดถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ในกรณีที่ประธานออกเสียงชี้ขาด ต้องให้มีบันทึกเหตุผลทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย
สรุปมาตรา 13 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 กำหนดว่าการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม หากไม่มาทั้งสองคนให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่ง ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด และในกรณีที่ประธานออกเสียงชี้ขาดต้องมีบันทึกเหตุผลทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 13 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 13
องค์ประชุมต้องมีกรรมการเท่าใด
ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันทำอย่างไร
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
เมื่อประธานชี้ขาดต้องทำอะไรเพิ่ม
ต้องให้มีบันทึกเหตุผลทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง