มาตรา 18 พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559
ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๑๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา ๕๒ ให้พนักงาน ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และข้าราชการในสำนักงานเป็นผู้ดำรงตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ให้พนักงาน ป.ป.ท.
และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งในทำนองเดียวกันกับค่าตอบแทนพิเศษประจำตำแหน่งพนักงานไต่สวนและผู้ช่วยพนักงานไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง”
สรุปมาตรา 18 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้อยู่ในพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ทำหน้าที่ยกเลิกความในมาตรา ๕๒ ของฉบับหลักแล้วใส่ความใหม่แทน โดยกำหนดให้พนักงาน ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และข้าราชการในสำนักงาน เป็นผู้ดำรงตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ และให้พนักงานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 18 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 18
ใครเป็นผู้ดำรงตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามมาตรานี้
พนักงาน ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และข้าราชการในสำนักงาน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
ใครได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง
พนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. โดยได้รับในทำนองเดียวกันกับค่าตอบแทนพิเศษประจำตำแหน่งพนักงานไต่สวนและผู้ช่วยพนักงานไต่สวน
หลักเกณฑ์การจ่ายเงินเพิ่มกำหนดโดยใคร
ตามระเบียบที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. กำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ทำไมหน้านี้จึงเป็นฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
เพราะเป็นมาตราในพระราชบัญญัติฉบับที่ ๒ ซึ่งยกเลิกความในมาตรา ๕๒ ของฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้วใส่ความใหม่แทน เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันจึงอยู่ในฉบับหลักที่รวมการแก้ไขแล้ว
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง