มาตรา 22 พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559
ℹ️ [นี่คือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม — เนื้อหาที่ใช้บังคับปัจจุบันอยู่ในฉบับหลัก (consolidated)] มาตรา ๒๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖๑/๑ ของหมวด ๔ เบ็ดเตล็ด แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ “มาตรา ๖๑/๑ ในการดำเนินคดีอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไปในระหว่างถูกดำเนินคดีหรือระหว่างการพิจารณาของศาล
มิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และเมื่อได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลย ถ้าจำเลยหลบหนีไปในระหว่างต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๘ มาใช้บังคับ”
สรุปมาตรา 22 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
มาตรานี้ของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม สั่งให้เพิ่มมาตรา ๖๑/๑ เข้าไปในหมวดเบ็ดเตล็ดของกฎหมายเดิม โดยวางหลักว่าระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีไม่ให้นับรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ และเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้วจำเลยหลบหนี มิให้นำบทบัญญัติเรื่องอายุความล่วงเลยการลงโทษมาใช้บังคับ
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 22 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 22
ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีระหว่างถูกดำเนินคดี อายุความเดินต่อหรือไม่
ไม่เดินต่อในช่วงนั้น เพราะตัวบทกำหนดว่ามิให้นับระยะเวลาที่ผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ
การหยุดนับอายุความใช้กับช่วงใดบ้าง
ใช้กับช่วงที่หลบหนีไปในระหว่างถูกดำเนินคดี และช่วงที่หลบหนีไปในระหว่างการพิจารณาของศาล
เมื่อศาลพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้วจำเลยหลบหนี จะเกิดอะไรขึ้น
มิให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๘ มาใช้บังคับ จึงไม่มีการพ้นโทษไปเพราะเวลาล่วงเลยตามบทดังกล่าว
มาตราที่เพิ่มเข้ามาอยู่ตำแหน่งใดของกฎหมายเดิม
เพิ่มเป็นมาตรา ๖๑/๑ ของหมวด ๔ เบ็ดเตล็ด แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง