มาตรา 102 พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก)
หมวด ๑๓ การฟ้องร้อง
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๐๒ ภายในบังคับแห่งมาตรา ๑๐๒ ทวิ ถ้าบุคคลใดจะต้องถูกฟ้องตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมและใช้ค่าปรับ หรือได้ทำความตกลง หรือทำทัณฑ์บน หรือให้ประกันตามที่อธิบดีจะเห็นสมควรแล้ว อธิบดีจะงดการฟ้องร้องเสียก็ได้ และการที่อธิบดีงดการฟ้องร้องเช่นนี้ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้กระทำผิดนั้น
ในการที่จะถูกฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น ในกรณีความผิดเกี่ยวกับอากรเล็ก ๆ น้อย ๆ จะออกกฎกระทรวงมอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบปรับ และงดการฟ้องร้องก็ได้ ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรที่จะฟ้องบุคคลใดฐานกระทำหรือยื่นคำสำแดง หรือบันทึกเรื่องราวซึ่งเป็นความเท็จหรือเป็นความไม่บริบูรณ์
หรือเป็นความชักพาให้ผิดหลงในรายการใด ๆ หรือฐานหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงด้วยประการใด ๆ บรรดาการเสียอากรตามจำนวนที่ควรต้องเสีย หรือการกำกัดหรือการห้าม ให้อธิบดีบันทึกความเห็นว่า เป็นเพราะเหตุใดจึงควรฟ้องผู้กระทำผิด
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๐๒ ทวิ สำหรับความผิดตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๙๖ และความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๕ ทวิ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พุทธศักราช ๒๔๘๐ ถ้าราคาของกลางรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วเกินกว่าสี่แสนบาท ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนกระทรวงการคลัง
และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะเปรียบเทียบและงดการฟ้องร้อง และการที่คณะกรรมการงดการฟ้องร้องเช่นนี้ ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มกันผู้กระทำผิดนั้นในการที่จะถูกฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น
⚠️ [กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — ใช้อ้างอิงเฉพาะคดีที่เกิดก่อนการยกเลิก; กฎหมายที่ใช้บังคับคือฉบับ ณ วันเกิดเหตุ] มาตรา ๑๐๒ ตรี ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนและรางวัลตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี ในกรณีต่อไปนี้ ๑. ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากร หรือของต้องห้ามต้องกำกัดในการนำเข้ามาใน หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ ๕๕ จากเงินค่าขายของกลาง
แต่กรณีที่มิได้ริบของกลาง หรือของกลางไม่อาจจำหน่ายได้ ให้หักจ่ายจากเงินค่าปรับ ส่วนรายที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับ ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ ๓๐ ๒. ความผิดฐานสำแดงเท็จ ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ ๕๕ จากเงินค่าปรับ แต่ในรายที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับ ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ ๓๐ ๓.
กรณีที่มีการตรวจเก็บอากรขาด และเจ้าหน้าที่ผู้สำรวจเงินอากรตรวจพบ เป็นผลให้เรียกอากรเพิ่มเติมได้ ให้จ่ายเงินรางวัลร้อยละ ๑๐ ของเงินอากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้
สรุปมาตรา 102 แบบเข้าใจง่าย 🤖 อธิบายโดย AI
หน้านี้รวมมาตราหลักและมาตราที่แทรกเพิ่มต่อเนื่องกัน โดยกำหนดว่าถ้าบุคคลใดจะต้องถูกฟ้องตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมและใช้ค่าปรับ หรือได้ทำความตกลง ทำทัณฑ์บน หรือให้ประกันตามที่อธิบดีเห็นสมควร อธิบดีจะงดการฟ้องร้องเสียก็ได้ ซึ่งการงดการฟ้องร้องนั้นถือว่าเป็นอันคุ้มผู้กระทำผิดในการที่จะถูกฟ้องร้องต่อไปในความผิดนั้น ส่วนความผิดเกี่ยวกับอากรเล็กน้อยอาจออกกฎกระทรวงมอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับและงดการฟ้องร้องได้ และในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรฟ้องบุคคลใดฐานสำแดงเท็จหรือหลีกเลี่ยงอากร ให้อธิบดีบันทึกความเห็นว่าเพราะเหตุใดจึงควรฟ้อง สำหรับความผิดตามมาตราที่ตัวบทระบุ ถ้าราคาของกลางรวมค่าอากรเกินกว่าสี่แสนบาท ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะเปรียบเทียบและงดการฟ้องร้อง นอกจากนี้ยังให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนและรางวัลตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี โดยความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรหรือของต้องห้ามต้องกำกัด ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละห้าสิบห้าจากเงินค่าขายของกลาง หรือจากเงินค่าปรับหากมิได้ริบของกลางหรือของกลางจำหน่ายไม่ได้ ส่วนรายที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละสามสิบ ความผิดฐานสำแดงเท็จให้หักจ่ายร้อยละห้าสิบห้าจากเงินค่าปรับ และรายที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับให้หักจ่ายร้อยละสามสิบ ส่วนกรณีตรวจพบว่าเก็บอากรขาดจนเรียกเพิ่มเติมได้ ให้จ่ายเงินรางวัลร้อยละสิบของเงินอากรที่เรียกเก็บเพิ่มเติมได้ หมายเหตุ พระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 102 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรา 102
เงินสินบนรางวัลนำจับคดีศุลกากรจ่ายเท่าใด
ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรหรือของต้องห้ามต้องกำกัด ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละห้าสิบห้าจากเงินค่าขายของกลางหรือจากค่าปรับ และรายที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละสามสิบ
ตรวจพบว่าเก็บอากรขาดได้เงินรางวัลเท่าใด
ให้จ่ายเงินรางวัลร้อยละสิบของเงินอากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้
ยอมเสียค่าปรับแล้วยังถูกฟ้องอีกหรือไม่
เมื่ออธิบดีงดการฟ้องร้องแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้กระทำผิดนั้นในการที่จะถูกฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น
คดีของกลางมูลค่าสูงใครเป็นผู้เปรียบเทียบ
ถ้าราคาของกลางรวมค่าอากรเกินกว่าสี่แสนบาท ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่
ไม่ พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ ถูกยกเลิกแล้ว หน้านี้จึงใช้อ้างอิงได้เฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นก่อนการยกเลิก
มาตราใกล้เคียง
↑ ดูพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก)ทั้งหมด
🗓️ ตัวบทนี้ดึงเข้าคลังเมื่อ 2026-07-14 (วันที่เราดึงข้อมูล ไม่ใช่วันที่กฎหมายถูกแก้ไข)
⚠️ ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจทางกฎหมายทุกครั้ง