คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2470
ย่อคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์ไมมีอำนาจตัดสินแก้ศาลเดิมซึ่งจำเลยบางคนไม่ได้อุทธรณ์ในเหตุลักษณส่วนตัว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยทั้ง ๒ มีผิดตามบท ๓๐๐ ให้จำคุก พ. จำเลย ๖ ปี ล.จำเลย ๔ ปี เพราะให้การรับสารภาพ
พ.ผู้เดียวอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่า ในขณะที่ พ. ทำร้ายเจ้าทรัพย์นั้น ค. ได้หนีไปแล้ว เพราะฉะนั้น ค.ควรมีผิดฐานลักทรัพย์ ให้จำคุก ๑ ปี ส่วน พ. นั้นตัดสินยืน
โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจตัดสินแก้คำพิพากษาคดีส่วนตัว ค. จำเลย เพราะคดีถึงที่สุดแล้ว
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีส่วนตัว ค. นี้เปนเรื่องข้อเท็จจริงแห่งคำพยานซึ่งมีว่า ขณะที่ พ. ทำร้ายนั้น ค. ได้หลบหนีไปแล้วจริงฤาไม่ ส่วนความผิดฐานชิงทรัพย์ที่ได้เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกับจำเลยทั้ง ๒ นี้ จึงต้องถือว่าคดีส่วนตัว ค. จำเลยถึงที่สุดแล้วศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจแก้คำตัดสินศาลล่างในคดีส่วนตัว ค. จำเลยจึงยืนตามศาลล่าง เทียบฎีกา ที่ ๒๕๑, ๒๕๒, ๒๕๓/๒๔๕๗ แลที่ ๙๗๖/๒๔๖๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2470
อัยการพัทลุง โจทก์
นายพุ่ม นายคล้าย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการพัทลุง · ล. - นายพุ่ม นายคล้าย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นรเนติ · พิพาก · หริศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา