คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2477
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการรับเงินค่าปรับ หากนำเงินนั้นไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
กรมการอำเภอมีอำนาจที่จะมอบหมายให้เสมียนประจำอำเภอทำการไต่สวนและรับเงินค่าปรับซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอได้ และต้องถือว่าผู้ที่ได้รับมอบหมาย กระทำการนั้นในหน้าที่ตามกฎหมาย ถ้ายักยอกเอาเงินค่าปรับเป็นอาณาประโยชน์เสียต้องมีผิดตาม ม.319 ข้อ 3 ฎีกาอุทธรณ์ เจตนาหรือไม่เจตนาเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.131
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยเป็นเสมียนประจำที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอได้มอบหมายให้เป็นผู้ช่วยปลัดอำเภอทำการไต่สวนแลรับเงินค่าปรับจากผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติต่าง ๆ เพื่อสงสารบบแล้วนำส่งสมุหบัญชี จำเลยได้รับเงินค่าปรับจากนายดีและพิลารายละ ๔ บาท แล้วแทงหมายเหตุลงไว้ในท้ายแบบ ป.๙ ว่าได้รับเงินแล้ว แต่จำเลยหาได้สงสารบบและนำส่งสมุหบัญชีไม่ได้ยักยอกเป็นอาณาประโยชน์เสีย โจทก์จึงขอให้ลงโทษตาม ม.๓๑๙-๗๑-๑๓๑
ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลย ๒ กะทงตามมาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อกฎหมายที่จำเลยเถียงว่าตนเป็นแต่เสมียนประจำอำเภอ ไม่มีหน้าที่ทำการไต่สวนและเรียกเงินค่าปรับจากผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติต่าง ๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอโดยฉะเพาะนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะกรมการอำเภอมีอำนาจที่จะมอบหมายให้จำเลยทำการในหน้าที่นั้นได้ และต้องถือว่าจำเลยกระทำในหน้าที่ตามกฎหมาย และข้อที่ว่าเจตนาหรือไม่เจตนานั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลเดิมว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๓๑๙ ข้อ ๓ โทษ ๒ กะทงให้จำคุก กะทงละ ๖ เดือน รวมเป็นกำหนด ๑ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2477
อัยยการขอนแก่น โจทก์
นายมัวฮอง แสนมงคล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการขอนแก่น · จำเลย - นายมัวฮอง แสนมงคล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤต · พรหม · อมาตย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา