คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2477
ย่อคำพิพากษา
ที่จะได้กรรมสิทธิโดยครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นนั้นอาศัยเกณฑ์ที่ผู้เข้าอยู่ครอบครองมิได้อาศัยเกณฑ์ที่เจ้าของเดิมละทิ้ง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ที่วิวาทโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๖๖ ต่อมาสัก ๓ ปีโจทก์นำเจ้าพนักงานไปรังวัดสอบเขตต์ตามโฉนดครั้งหนึ่ง แลในพ.ศ.๒๔๗๕ ได้นำเข้าหลวงพิเศษวัดแบ่งที่ดินรังวัดตามโฉนดอีกครั้งหนึ่งทั้ง ๒ ครั้งไม่มีผู้ใดตั้งวิวาท จำเลยเข้ามาทำในที่ของโจทก์เพียง ๓-๔ ปี
ศาลเดิมตัดสินขับไล่จำเลย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ละทิ้งตั้ง ๑๐ ปีขาดกรรมสิทธิ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อเท็จจริงข้างต้นโจทก์จะได้ทำที่เป็นนาหรือไม่ได้ทำก็ไม่ถือว่าได้ละทิ้ง จำเลยจะได้กรรมสิทธิตามมาตรา ๑๓๘๒ ต่อเมื่อได้ครอบครองมาเป็นเวลา ๑๐ ปี แต่เมื่อจำเำลยครอบครองมาเพียง ๓-๔ ปี โจทก์ยังมีสิทธิฟ้องได้ จึงพิพากษาบังคับคดีตามศาลเดิม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2477
คุณหญิงวรวิทย์พิศาล โจทก์
นายทง ภู่แสง นายชม นายหวาน ชุมทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - คุณหญิงวรวิทย์พิศาล · จำเลย - นายทง ภู่แสง นายชม นายหวาน ชุมทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · มนธา · กฤต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา