คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1075/2479
ย่อคำพิพากษา
สามีภรรยาหย่ากัน ถ้าทุนสินเดิมของทั้ง 2 ฝ่ายหมดไปแลสินสมรสที่เกิดขึ้นไม่ท่วมทุนสินเดิมให้เอาสินสมรสเฉลี่ยใช้สินเดิมของทั้ง 2 ฝ่ายตามส่วนมากและน้อย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากสามีภรรยากันแล้ว โจทก์จึงฟ้องขอแบ่งสินสมรส ๑ ใน ๓ เป็นเงิน ๕๒๔๒๐ บาท
ทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีทุนสินเดิมมาแต่งงานกับจำเลยเป็นเงิน ๘๘๐ บาทฝ่ายจำเลยมี ๒๐๐๐๐๐ บาท ระหว่างอยู่กินกับจำเลยได้เอาทุนสินเดิมของจำเลยไปทำการค้าขาย แล้วขาดทุน ทุนสินเดิมของจำเลยหมดไป ต่อมาได้เกิดสินสมรสขึ้นใหม่เป็นเงิน ๑๕๗๒๖๐ บาท
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามกฎหมายก่อนที่จะแบ่งสินสมรส เมื่อทุนสินเดิมของฝ่ายใดขาดไปเท่าใดต้องเอาสินสมรสใช้ทุนสินเดิมเสียก่อนเห็นว่าคดีนี้สินสมรสไม่ท่วมจำนวนเงินทุนของโจทก์จำเลยที่หมดสิ้นไป จึงพิพากษาให้เอาสินสมรสใช้สินเดิมของโจทก์จำเลยตามส่วนเฉลี่ย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1075/2479
นางเชย เนียมพระพันธ์ โจทก์
ขุนรัตนาภิบาล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเชย เนียมพระพันธ์ · จำเลย - ขุนรัตนาภิบาล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระอินทปริญญา · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา