คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1205/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ ถือเป็นความผิด แม้เจ้าพนักงานจะไม่ได้มีหมายจับก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
+มาบอกว่าจำเลยกระทำกฎหมายมาแล้ว ตำรวจตามจำเลยแล้วบอกให้จำเลยไปสถานีตำรวจเลยไม่ยอมไปกลับต่อยตำรวจ ๆ จึงจับจำเลยเช่นนี้ จำเลยต้องมีจะอ้างว่าตำรวจนั้นไม่มีหมายมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าเดิมเจ้าพนักงานไปจับผู้ลักเล่นการพะนันโปปั่นจับได้บ้างหนีไปบ้าง ต่อมามีคนมาแจ้งว่า จำเลยเป็นผู้เล่นการพะนันด้วยผู้หนึ่ง พลตำรวจ อ.จึงออกไปตามจำเลยพบที่ถนน พลตำรวจ อ.บอกจำเลยให้ไปสถานีตำรวจ จำเลยไม่ยอมไป จำเลยไม่ยอมและต่อยพลตำรวจ อ.ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลย ๓ เดือนปรับ ๓๐ บาท ตามกฎหมายอาญามาตรา ๒๕๕
โจทก์ฎีกาว่าพลตำรวจ อ.ไม่มีอำนาจจับได้ เพราะไม่มีหมายตามประมวลวิธีพิจารณาอาญามาตรา ๗๘
ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้มีผู้มายืนยันว่าจำเลยทำผิดแล้วหนีไป ตำรวจพูดให้จำเลยไปโดยดี จำเลยไม่ยอมไป จึงเป็นเหตุให้คิดว่า ถ้าไม่จับทันทีจะหลบหนี ตำรวจจึงย่อมจับได้ อนึ่งตามข้อ ๓ มาตรา ๗๘ ที่จำเลยอ้าง แม้เพียงสงสัยว่าจะทำผิดมาแล้วและจะหลบหนียังจับได้ จึงให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1205/2479
อัยยการสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายเชื่อม แสงสุวรรณ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายเชื่อม แสงสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเสมอ บุญยเกรียรติ์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา