คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่าผู้อื่นกระทำผิดอาญาจนเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานจับผู้นั้นไปกักขัง ยังไม่เป็นความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียอิสรภาพ.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานหาว่าเขากระทำผิดฐานปล้นเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานจับผู้นั้นไปกักขังจำเลยยังหามีผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิศระภาพไม่ หลักวินิจฉัย ดุลยพินิจ ปัญหาว่าคำรับชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาพิพากษาคดีหรือไม่ เป็นข้อดุลยพินิจ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานร้องเรียนเท็จ จนเป็นเหตุให้บุคคล ๓ คนถูกจับไปกักขัง ตาม ม.๑๕๘ จำคุกจำเลยไว้ ๑ ปี คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์ในการพิจารณาลดตาม ม.๕๙ คงเหลือ ๖ เดือน
โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกาอ้างว่า จำเลยควรมีผิดตาม ม.๒๗๐ ด้วย และจำเลยให้การรับชั้นสอบสวนไม่ควรให้ลดโทษ
ศาลฎีกาตัดสินว่า การจับกุมคุมขังบุคคลนั้นอยู่ในความวินิจฉัยและเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ เพราะเมื่อจำเลยร้องเรียนแล้ว เจ้าหน้าที่อาจไม่จับกุมหรือกักขังผู้ต้องหาได้ การจับกุมคุมขังมิใช่ผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลย ส่วนคำรับของจำเลยจะมีประโยชน์แก่การพิจารณาพิพากษาหรือไม่นั้นเป็นดุลยพินิจ ซึ่งเห็นว่าศาลอุทธรณ์ใช้ดุลยพินิจชอบแล้ว ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2479
อัยยการนครสวรรค์ โจทก์
นายพันคงชูชีพ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครสวรรค์ · จำเลย - นายพันคงชูชีพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นล · ดูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงปรจักษ์+ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา