คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2480
ย่อคำพิพากษา
ที่วิวาทเป็นที่ป่า และเป็นที่มือเปล่าผู้ใดเข้าปกครองยึดถือ ย่อมได้สิทธิครอบครองตาม ม. 1367 แห่งประมวลแพ่ง ฯ
ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 182 183 ประเด็น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าที่ดินรายวิวาทเป็นมฤดกของบรรพบุรุษตกทอดได้แก่โจทก์ ๆ ได้ปกครองมา จำเลยบุกรุกเข้าปลูกเรือนและผลไม้จึงขอให้ขับไล่
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่รายพิพาทเป็นที่ป่าจำเลยได้ครอบครองมาประมาณ ๕ ปี โจทก์มิได้ฟ้องร้อง จำเลยภายใน ๑ ปี จำเลยย่อมได้สิทธิครอบครองตาม ม. ๑๓๖๗ แห่งประมวลแพ่ง ฯ จึง พิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาตัดสินว่า ที่รายนี้เป็นที่ป่าและที่มื่อเปล่า ประกอบกับ โจทก์มิได้ทำประโยชน์ในที่รายนี้ซึ่งแสดงว่า โจทก์ได้ครอบครองมาจนกระทั่ง จำเลยได้เข้ามาปลูกบ้านและต้นไม้ จำเลยเข้ายึดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนจึงได้สิทธิครอบครองตาม ม. ๑๓๖๗ ที่โจทก์เถียงมาในฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยคดีนอกประเด็น เพราะคู่ความเถียงกันในเรื่องกรรมสิทธิ แต่ศาลวินิจฉัยไปในเรื่องครองครองนั้น เห็นว่าตามฟ้องของ โจทก์และคำให้การของ จำเลยหาได้กล่าวว่าใครมีกรรมสิทธิในที่วิวาทนั้นไม่ ที่จริงเป็นการเถียงกันว่าใครเป็นผู้ครอบครองที่วิวาทรายนี้จึงไม่เป็นการนอกประเด็น พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2480
นายเลื่อน แก้วมี โจทก์
นายจิ้ว แซลิ้ม ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเลื่อน แก้วมี · ล. - นายจิ้ว แซลิ้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา