⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 586/2480

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586/2480

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจ้างที่ห้ามลูกจ้างประกอบอาชีพแข่งขันกับนายจ้างในระยะเวลาและขอบเขตที่เหมาะสม ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จ้างจำเบยมรทำงานในร้านเครื่องพิมพ์คิดของโจทก์ในกรุงเทพฯ โดยมีข้อสัญญาว่าเมื่อออกจากร้านโจทก์ไปแล้วห้ามามิให้จำเลยทำการเป็นช่างแก้ซ่อมเครื่องพิพ์ดีดในร้านอื่นในเขตต์กรุงเทพ ฯ เช่นนี้ ไม่เป็นการเกินสมควร ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยแลศีลธรรมอันดีของประชาชน นิติกรรมสัญญาใดที่แยกออกได้เป็นส่วน ๆ หากส่วนใด+เป็นโมฆะ ก็หาทำให้ส่วนที่สมบูรณ์ตกเป็นโมฆดะด้วยไม่ตามสัญญาห้ามมิให้ลูกจ้างประการอย่าง 1 นับแต่ออกจากนายจ้าง ศาลจะห้ามนับตั้งแต่วันที่คดีถึงที่สุดไม่ได้ต้องห้ามนับแต่วันลูกจ้างออกจากนายจ้างประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม. 240(3)-243(3) ม.238-247-248 ประเด็นที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปศาลอุทธรณ์วิจิจฉัยเสียใหม่แลศาลอุทธรณ์พิพากษากลัลศาลขั้นต้นนั้น จำเลยฎีการในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับปกระเด็นนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า จำเลยเข้ทำสัญญเป็นลูกจ้างโจทก์ตามสัญญาข้อ ๑๐ ข้อตกลงว่า ถ้าจำเลยออกจากบริษัทโจทก์ไปแล้วตายใน ๕ ปี จำเลยจะไม่เข้าทำงานเป็นเจ้าของเสมียน ช่างซ่อมในกิจการใดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อบริษัทโจทก์ ณ ที่กรุงเทพฯ หรือในบริเวณ ๖๐๐ เส้นจากกรุงเทพฯ บัดนี้จำเลยออกจากบริษัทโจทก์ไปแล้ว ได้เข้าทำงานกับบริษัทบาโรเบราน์แผนกพิมพ์ดีด โจทก์จึงฟ้องขอให้ห้ามแลเรียกค่าเสียหาย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่กำหนดเขตต์นั้นเป็นการตัดอาชีพเกินสมควรเปฯโมฆะ ตาม ม. ๑๑๓ พิพากษายืนตามศาลแพ่งที่ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ศาลฎีกาเห็นว่าการห้ามมิให้กระทำในเขตต์กรุงเทพ ฯ เป็นการรักษาผลประโยชน์ของโจทก์พอสมควร ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยแลศีลธรรมอันดีของประชาชน แยกบังคับได้ตาม ม. ๑๓๕ จึงย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉันในข้อที่ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้วจึงพิพากษาห้ามมิให้จำเลยเป็นช่างแก้ซ่อเครื่องพิพ์ดีดมีกำหนด ๓ ปีนับแต่วันคดีถึงที่สุด จำเลยฎีกาโจทก์คัดค้านว่าศาลฎีกาได้พิพากษาคดีไปแล้วจะฎีกาไม่ได้แลว่าจำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ศาลฏีฏาเห็นว่าศาลฎีกาได้พิพากษาไปแล้วในประเด็นที่การกระทำของจำเลยไม่เป็นโมฆะอาจใข้บังคับได้ ส่วนข้อเท็จจริงที่โจทก์ได้ปฏิบัติตามข้อสัยยกครบถ้วนหรือไม่ ศาลฎีกายังมิได้วินิจฉัยชี้ขาด ส่วนข้อที่ว่าจำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้นั้นเห็นว่าบทมาตราที่โจทก์อ้างมาไม่เกี่ยวกับคดีนี้ แต่เป็นคดีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยังมิได้สั่งสอนจำเลยตามสัญญาให้ครบถ้วน แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ได้สั่งสอนตามสัญญาครบถ้วนแล้ว จำเลยจึงอาจฎีกาได้ตาม ม. ๒๔๗ เพราะไม่ต้องด้วยข้อห้ามตาม ม.๒๔๘ หรือมาตราอื่นใด และเห็นว่าตามข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้ว แต่เห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาห้ามมิกำหนด ๓ ปีนับแต่วันคดีถึงที่สุดนั้นไม่ตรงต่อข้อความในสัญญาข้อ ๑๐ ซึ่งมีกำหนด ๕ ปี นับแต่วันที่ลูกจ้างได้ออกจากนายจ้าง จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามที่กล่าวนี้ นอกนั้นยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586/2480 บริษัทแม๊กปาร์แลนด์พิพ์ดีดจำกัด -จ นายพยุง สุนทรดิลก-ล

รายละเอียดคดี

คู่ความ-จ - บริษัทแม๊กปาร์แลนด์พิพ์ดีดจำกัด · สุนทรดิลก-ล - นายพยุง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2894/2532ฎีกา 685/2512ฎีกา 1611/2512ฎีกา 1875/2566ฎีกา 1397/2544ฎีกา 4777/2549ฎีกา 127/2531ฎีกา 955/2536ฎีกา 2845-2847/2546ฎีกา 7635/2543ฎีกา 2364/2524ฎีกา 2093/2532ฎีกา 2839/2527ฎีกา 3539/2536ฎีกา 1479/2526ฎีกา 7420/2537ฎีกา 3362/2529ฎีกา 1307/2566ฎีกา 4211/2534ฎีกา 1986/2541ฎีกา 2431/2530ฎีกา 6689/2542ฎีกา 2579/2531ฎีกา 7084-7289/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา