คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 722/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจรในคราวเดียวกัน เป็นฟ้องที่ขัดกันในตัวเอง ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี จึงลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าวไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักรถจักรยานไป 1 คันเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ครั้นวันที่ 8 กรกฎาคม ตำรวจจับจำเลยได้พร้อมทั้งของกลางซึ่งจำเลยลักมาหรือรับไว้จากคนร้ายโดยรู้ว่าเป็นของได้มาโดยผิดกฎหมายขอให้ลงโทษตาม กฎหมายอาญา ม.293,321 ดังนี้เป็นฟ้องซึ่งขัดกันเองในตัวทำให้จำเลยเสียเปรียบจะลงโทษจำเลยมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน จำเลยทั้ง ๒ สมคบกันลักรถจักรยานของนางฮุยไป ครั้นวันที่ ๘ กรกฎาคม ตำรวจจับจำเลยทั้ง ๒ ได้พร้อมทั้งของกลาง ซึ่งจำเลยทั้ง ๒ ลักมา หรือรับไว้จากคนร้ายโดยจำเลยรู้ว่าเป็นของได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา ม.๒๙๓-๓๒๑
ศาลฎีกาตัดสินว่าฟ้องตอนต้นว่าจำเลยลักทรัพย์มาในตอนท้ายกลับว่าหรือจำเลยรับของโจร ฟ้องดังนี้ไม่ชัดแจ้ง นัยหนึ่งว่าจำเลยเป็นผู้เอาไปอีกนัยหนึ่งก็ว่าจำเลยไม่ได้เอาไปเองเป็นแต่ว่ารับไว้โดยทราบว่าเป็นของร้ายถูกลักมาซึ่งขัดกันในตัวทำให้จำเลยเสียเปรียบ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ยืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 722/2481
พนักงานอัยยการและนายฮุย โจทก์
นางลัดดา อักษรดิษฐ, นายสนิท เชื้อประทุม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการและนายฮุย · จำเลย - นางลัดดา อักษรดิษฐ, นายสนิท เชื้อประทุม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย์ · เทฟโนต์ · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระอินทเบญญา · ศาลอุทธรณ์ - พระอินทปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา