คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 198/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเข้าไปในที่ดินที่ยังเป็นข้อพิพาทกรรมสิทธิ์กันอยู่ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลว่าใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงนั้น ไม่ถือว่าเป็นการบุกรุกตามกฎหมายอาญา
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์เพียงแต่โจทก์จำเลยรับกันว่าที่รายพิพาทนี้จำเลยได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลเถียงกรรมสิทธิกัน แต่ศาลยังมิได้วินิจฉัยว่าที่เป็นกรรมสิทธิของใครเพียงเท่านี้ ยังไม่พอจะวินิจฉัยคดีทางอาญานี้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์
ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดดังโจทก์หาหรือไม่ จึงพิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นกระทำการพิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้สืบพะยานโจทก์จำเลย เพียงแต่จดรายงานพิจารณาว่าโจทก์จำเลยรับกันว่าที่ดินรายพิพาทนี้จำเลยได้ฟ้องที่ศาลเถียงกรรมสิทธิกันยังอยู่ในระหว่างพิจารณา ศาลยังมิได้ชี้ขาดว่าที่เป็นกรรมสิทธิของใคร และต้นไม้ที่โจทก์หาว่าจำเลยตัดฟันก็อยู่ในที่รายพิพาทแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียนั้น ไม่ชอบ เพราะเพียงเท่านี้คดียังไม่พอจะวินิจฉัยข้อเท้จจริงและเจตนาของจำเลยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วยืนตาม.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 198/2482
พระพินิจราชทัณฑ์ โจทก์
นายสง่า นางสุข จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระพินิจราชทัณฑ์ · จำเลย - นายสง่า นางสุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา