คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมีโอกาสยักยอกทรัพย์สินได้มากกว่านี้แต่ไม่กระทำ และการที่จำเลยรับราชการมานานและได้รับบำนาญ ถือเป็นเหตุอันควรปราณีลดโทษให้แก่จำเลยได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินในหน้าที่ของตน+ไปเป็นจำนวนหมื่น กว่าบาท ปรากฎว่าจำเลย+โอกาศจะยักยอกเงินได้มากกว่านี้แต่จำเลยไม่เอาไปและจำเลยรับราชการได้รับบำนาญและทางราชการเรียกให้จำเลยกลับเข้าทำราชการอีก จำเลยจึงมายักยอกเงินรายนี้ ศาลฎีกาถือว่าเป็นเหตุควรปราณีลดโทษให้จำเลย ตาม ม.59 แห่งกฎหมายอาญา
อ้างฎีกาที่ 271/2473
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งหัวหน้าแผนกคลัง ประจำสำนักพระราชวังได้ยักยอกเงินซึ่งอยู่ในหน้าที่ไปเป็นจำนวน ๑๖,๘๒๗ บาท ๔๕ สตางค์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จำคุกจำเลยต้องกันมากำหนด ๖ ปี ตาม ม. ๑๓๑
ศาลฎีกาตัดสินว่าเมื่อจำเลยทราบว่าตนจะต้องถูกออกจากราชการแล้ว จำเลยมีโอกาศจะเอาเงินงบประมาณแผ่นดินในตู้เซฟคลังในกับเงินทดรองในตู้เซฟห้องจำเลยซึ่งมีเจ้าพนักงานอื่นรับผิดชอบร่วมกับจำเลยด้วย จำเลยไม่เอาไป เป็นเหตุควรกรุณาจำเลยอยู่บ้าง ประกอบทั้งคุณความดีที่จำเลยได้รับราชการมาตั้ง ๓๐ ปี ไม่ปรากฎความเสียหาย ออกจากราชการไปครั้งหนึ่งก็ได้รับบำนาญ ภายหลังทางการจึงเรียกจำเลยมารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกคลังอีกควรกรุณาลดโทษฐานปราณีแก่จำเลย ตามนัยฎีกาที่ ๒๗๑/๒๔๗๓ จึงให้ลดโทษจำเลยตาม ม.๕๙ ลง ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลย ๔ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2482
พนักงานอัยยการ โจทก์
ขุนประกิจอังกนี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - ขุนประกิจอังกนี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · อมาตย · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา