⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 894/2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2482

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีสิทธิ์ในที่ดินที่อาจจะขอให้จดทะเบียนสิทธิ์ของตนได้อยู่ก่อน มีสิทธิ์เรียกร้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิ์ของผู้อื่นในที่ดินนั้นได้ หากไม่ฟ้องร้องขอให้เพิกถอน สิทธิ์ของผู้นั้นก็ยังคงมีอยู่ตามเดิม

ย่อคำพิพากษา

บัญญัติให้สิทธิ์แก่ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิ์ของตนได้อยู่ก่อนที่อาจจะเรียกร้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้เท่านั้นหากผู้นั้นไม่ฟ้องร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิ์ สิทธิ์ของผู้นั้นก็ยังคงมีอยู่ตามเดิม มาตรานี้หามีผลทำให้เสื่อมเสียสิทธิ์ของผู้นั้นอย่างใดไม่. ประมวลแพ่งฯ มาตรา 240 ซึ่งบัญญัติให้ฟ้องร้องใน 1 ปี หรือ 10 ปีนั้นเป็นเรื่องนิติกรรมซึ่งเกิดจากการฉ้อฉลที่ลูกหนี้กระทำโดยรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบหาใช่บังคับในเรื่องที่ผู้มีสิทธิ์ในที่ดินไม่เรียกร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนของคนอื่นในที่ดินนั้นไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่วิวาทนี้อยู่ในเขตต์โฉนดตราจองที่ ๑๖๐๒ ของจำเลยที่ ๑ และที่วิวาทกับที่นอกวิวาทเดิมเป็นของบิดาจำเลยที่ ๒ ๆ ได้ยกให้แก่จำเลยที่ ๒ ๆ ครอบครองมากว่า ๒๐ ปีคิดรวมทั้งบิดาจำเลยที่ ๒ ด้วยเป็นเวลานานถึง ๔๐ ปี. ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ ๒ ได้ครอบครองที่วิวาทโดยอำนาจ ของตนเองมากว่า ๒๐ ปีและถึงเวลาที่จำเลยที่ ๑ โอนขายที่ดินโฉนดที่ ๑๖๐๒ นี้ให้โจทก์ก็ได้ครอบครองกว่า ๙ - ๑๐ ปีแล้ว จำเลยที่ ๒ จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่วิวาทรายนี้ แม้การซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ จะได้ทำต่อหน้าเจ้าพนักงานก็ใช้ยันจำเลยที่ ๒ มิได้ เพราะจำเลยที่ ๑ ไม่มีกรรมสิทธิ์ผู้รับโอนจึงไม่มีสิทธิ์ดีกว่าผู้โอน จึงพิพากษาให้ขับไล่จำเลยฉะเพาะแต่จำเลยที่ ๑ คนเดียว ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยที่ ๒ นั้นเสีย. ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๒ ครอบครองโดยเจตนาเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผยมากว่า ๑๐ ปี แม้การยกให้กันปากเปล่าก็ได้กรรมสิทธิ์ได้ตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๘๒ โจทก์รับโอนที่ดินจากจำเลยที่ ๑ โดยไม่สุจริต จึงยกสิทธิ์มาลบล้างกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๒ ที่มีอยู่ก่อนแล้วไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลเดิม. โจทก์ฎีกาข้อกฎหมาย ยกประมวลแพ่งฯมาตรา ๑๓๐๐ ขั้นมาคัดค้านว่าจำเลยที่ ๒ รู้ว่าโจทก์จดทะเบียนรับโอนที่ดินนี้มาจากจำเลยที่ ๑ ตั้ง ๘ ปี จำเลยที่ ๒ ไม่เรียกร้องให้เพิกถอน เป็นพฤตติการณ์ที่จำเลยที่ ๒ ยินยอมต่อการที่จำเลยที่ ๑ กับโจทก์ได้โอนซื้อขายที่รายนี้ต่อกัน. ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๐๐ นี้บัญญัติให้สิทธิ์แก่จำเลยที่ ๒ ที่เรียกร้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนซึ่งโจทก์รับซื้อที่วิวาทจากจำเลยที่ ๑ ได้เท่านั้นแต่ถ้าจำเลยที่ ๒ ไม่เรียกคืนไม่ฟ้องร้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิ์ในที่ดินของจำเลยที่ ๒ ก็ยังคงมีอยู่ตามเดิม มาตรา ๑๓๐๐ หามีผลทำให้เสื่อมเสียสิทธิ์ในที่ดินของจำเลยที่ ๒ แต่อย่างใดไม่ที่โจทกืยกอายุความตาม ม.๒๔๐ ซึ่งบัญญัติให้ฟ้องร้องใน ๑ ปีหรือ ๑๐ ปีขึ้นมาอ้างนั้นก็เป็นเรื่องนิติกรรมซึ่งเกิดจากกลฉ้อฉลที่ลูกหนี้กระทำโดยรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบหาตรงกับคดีนี้ไม่และเทียบกันมิได้ โจทก์ยกมาตรา ๒ บทนี้ขึ้นคัดค้านไม่มีทางชนะคดีจำเลยที่ ๒ ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2482 นายเตี้ยน แซ่หวัน โจทก์ นางพริ้ง แซ่เลี่ยม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเตี้ยน แซ่หวัน · จำเลย - นางพริ้ง แซ่เลี่ยม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเศษ · อมาตย · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายประสิทธ์ จุล++ · ศาลอุทธรณ์ - พระพรหมปริญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1157/2500ฎีกา 1950/2518ฎีกา 3766/2545ฎีกา 19883/2555ฎีกา 558/2553ฎีกา 181/2512ฎีกา 2416/2566ฎีกา 112/2488ฎีกา 18606/2556ฎีกา 180/2502ฎีกา 5088/2554ฎีกา 32/2491ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 198/2552ฎีกา 230/2501ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 2868/2529ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1741/2492ฎีกา 1570/2522ฎีกา 4725/2534ฎีกา 1689/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา