คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2483
ย่อคำพิพากษา
ปลอมตัวเป็นเจ้าพนักงานไปทำการตรวจค้นเขาหลงเชื่อยอมให้ค้น แล้วยึดเอาธนบัตร์ของเขาไป และเขาเป็นของตนเสีย ไม่เป็นผิดฐานฉ้อโกง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยปลอมตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจไปที่เรือนผู้เสียหายขอตรวจค้นของต้องห้าม ผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานจึงยอมให้ค้น จำเลยค้นพบธนบัตร์ของผู้เสียหายและของผู้อื่นซึ่งฝากผู้เสียหายไว้รวมด้วยกัน ๔๔๙ บาท แล้ว จำเลยยึดธนบัตร์เหล่านั้นไว้ และนำตัวผู้เสียหายไปว่าจะนำไปส่งอำเภอพอถึงกลางทาง จำเลยก็เพทุบายหลบหนีพร้อมกับเอาธนบัตร์ไปด้วยดังนี้ โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๒๗,๑๒๘, ๒๖๘, ๒๗๐,๓๐๔,๓๐๖
ศาลชั้นต้นตัดสินว่าจำเลยมีผิดฐานปลอมตนเป็นเจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๒๗ จำคุกคนละ ๘ เดือน ฐานฉ้อโกลตามมาตรา ๓๐๖(๑) จำคุกคนละ ๓ ปี
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยเอาธนบัตร์ไปโดยไม่มีผู้ใดส่งให้ จึงไม่เป็นผิดฐานฉ้อโกง น่าจะผิดฐานลักทรัพย์มากกว่า แต่ โจทก์มิได้ขอให้ลงโทษฐานนี้ จึงพิพากษาแก้ให้ยกข้อหาตามมาตรา ๓๐๖ นอกนั้นยืนตาม
โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นผิดตามมาตรา ๓๐๖ ด้วย
ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๐๔ นั้น นอกจากใช้อุบายหลอกลวงโดยเจตนาทุจจริตแล้ว จะต้องมีการส่งทรัพย์ให้ด้วย แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้จำเลยได้ใช้อำนาจจับกุมเป็นการบังคับเอาทรัพย์ไป เจ้าทรัพย์หาได้ ยินยอมส่งให้จำเลยไม่ จึงไม่อยู่ในลักษณฉ้อโกงตามบทกฎหมายดังกล่าว จึงพิพากษายืนตาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2483
อัยยการอุดรธานี โจทก์
นายนิน สี่หาบุตร์ นายแก้ว พะธานี ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการอุดรธานี · ล. - นายนิน สี่หาบุตร์ นายแก้ว พะธานี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · ดูปลาตร์ · ดูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา