⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 676/2483

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2483

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งคืนของกลางที่จำเลยเอาไปขายฝากผู้อื่นไว้ ศาลจะสั่งให้คืนของกลางนั้นไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในฟ้องของโจทก์ระบุว่าจำเลยเอาของกลางไปขายฝากผู้อื่นไว้ แล้วขอให้ศาลสั่งคืนของกลางนั้นให้เจ้าทรัพย์ดังนี้ ศาลจะสั่งให้คืนของกลางไม่ได้ อ้างฎีกาที่ 94/2483 และที่ 447/ 2483

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1332 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายลักนาฬิกาข้อมือของนายรอดไป ต่อมาจำเลยได้นำนาฬิกานั้นไปขายฝากไว้กับนายกวนหรือสุวรรณโดยจำเลยลักหรือรับนาฬิกานี้ไว้จากโจรผู้ร้ายโดยรู้อยู่แล้วว่าได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา 288, 321, 72, กับ ขอให้สั่งคืนนาฬิกาของกลางให้แก่เจ้าทรัพย์ด้วย ศาลจังหวัดลพบุรีพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา 321 ส่วนคำขอของโจทก์ให้คืนนาฬิกาแก่เจ้าทรัพย์ยังไม่ควรบังคับชั้นนี้ เพราะกรณีปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับคนที่ 3 โดยยังไม่ปรากฏเหตุผลที่จะบังคับจึงให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์และขอให้สั่งคืนนาฬิกานี้แก่เจ้าทรัพย์ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น แต่ผู้พิพากษานายหนึ่งมีความเห็นแย้งว่าควรบังคับให้ จำเลยคืนนาฬิกาแก่เจ้าทรัพย์ ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน โจทก์ฎีกาขอให้สั่งคืนนาฬิกานี้แก่เจ้าทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เจาะจงขอให้ศาลสั่งให้นายกวนหรือสุวรรณ์คืนนาฬิกาของกลางให้แก่เจ้าทรัพย์ หาใช่ขอให้สั่งจำเลยคืนของกลางไม่ การที่ขอให้ส่งคืนของกลางแก่เจ้าทรัพย์นั้น เป็นกรณีแพ่ง โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยได้นำนาฬิกาของกลางไปขายฝากไว้กับนายกวนหรือสุวรรณเพียงเท่านี้ยังไม่พอชี้ขาดในทางแพ่งให้นายกวนหรือสุวรรณคืนของกลางให้แก่เจ้าทรัพย์เพราะกรณีอาจเข้า ประมวล แพ่งมาตรา 1332 ได้ ซึ่งนายกวนหรือสุวรรณ์ผู้ซื้อ ฝากไม่จำต้องคืนนาฬิกานั้นให้แก่เจ้าทรัพย์ เว้นแต่เจ้าทรัพย์จะชดใช้ราคาที่ซื้อฝากให้ อนึ่งจะถือเอาความเห็นแย้งของผู้พิพากษา ศาลอุทธรณ์มาเป็นฎีกาของโจทก์ด้วยนั้นไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 , 225 บัญญัติว่าฎีกาทุกฉบับต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับฎีกาของโจทก์มิได้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว จึงไม่เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ยกฎีกาโจทก์เสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2483 อัยยการลพบุรี โจทก์ นายมา คงสมบูรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการลพบุรี · จำเลย - นายมา คงสมบูรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิอรรถนฤมนตร์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 967/2491ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา