คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2484
ย่อคำพิพากษา
ในฟ้องระบุว่าจำเลยทำสัญญาโจทก์ แต่ในหนังสือสัญญาปรากฏว่าจำเลยทำสัญญากับผู้อื่นดังนี้ ต้องยกฟ้อง ศาลจะรับฟังการบอกกล่าวการโอนหนี้ที่โจทก์นำสืบไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเช่าจักร์เย็บผ้าจากจำเลยที่ ๑ ผู้เช่าจำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกัน
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้ง ๒ ใช้เงินตามฟ้อง
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ห้างโอเรียนเตลมาชินนารีสโตร์ภายหลังห้างนี้เลิกและขายหุ้นในแก่บริษัทโจทก์บริษัทโจทก์ได้รับโอนการเช่าซื้อรายนี้มาด้วยแต่ไม่ปรากฏว่าได้มาการเช่าซื้อรายนี้มาด้วยแต่ไม่ปรากฏได้มีหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยังจำเลยหรือจำเลยได้ยินยอมด้วยในการโอนจำเลยจึงยังไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒
โจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยทำสัญญากับห้างโอเรียนเตลมาชินนารีสโตร์หาได้ทำกับโจทก์ไม่ ถ้าโจทก์ได้รับโอนสิทธิรายนี้มาก็จะต้องแจ้งการโอนให้จำเลยทราบ หรือให้จำเลยรู้เห็นยินยอมด้วย และต้องกล่าวให้ปรากฏในฟ้อง,โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากับห้างโจทก์ แต่เอกสารที่อ้างปรากฏว่าจำเลยทำสัญญากับห้างอื่นนี้ เรียกว่าโจทก์แพ้แก้การพิศูจน์คดีของตน โจทก์จะสืบข้อความนอกฟ้องไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2484
บริษัทโอเรียนเตลสโตร์จำกัด โจทก์
โดยนายแอส ฮอยรับ ผู้แทน
นายเกตุ ที่ 1 นายชิน ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทโอเรียนเตลสโตร์จำกัด · ผู้แทน - โดยนายแอส ฮอยรับ · จำเลย - นายเกตุ ที่ 1 นายชิน ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นิติศาสตร์ · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา