คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หน้าที่นำสืบในกรณีที่ผู้ขายมีน้ำสุราเจือปนอยู่ในความครอบครอง เป็นของจำเลยที่จะต้องพิสูจน์ความสุจริตของตนเองตามบทบัญญัติยกเว้นโทษในมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
ย่อคำพิพากษา
หน้าทีนำสืบ
ถ้าปรากฏว่ามีน้ำสุราเจือปนอยู่ในความครอบครองของผู้ขาย ก็ลงโทษได้ความในมาตรา 60 ที่ว่าถ้าจำเลยทำโดยสุจริตก้มิให้ตัดสินให้จำเลยทำโดยสุจริตก็มีให้ตัดสินให้จำเลยแพ้นั้นนับว่าเป็นบทยกเว้น จึงตกเป็นหน้าที่จำเลยนำสืบถึงความสุจริต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 ม.60 พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2476 ม.6
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าจำเลยบังอาจมีน้ำสุราของรัฐบาลที่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงโดยเอาน้ำหรือวัตถุอื่นเจือปนทำให้ดีกรีน้อยลงโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีน้ำสุราเจือปน
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่าโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่า จำเลยเป็นผู้เจือปนเอง จำเลยจึงจะผิด
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ดจทก์นำสืบได้ว่าน้ำสุราในครอบครองของจำเลยมีการเจือปนและจำเลยนำสืบไม่ได้ว่าผู้อื่นเจือปนก็ผิดตามมาตรา ๙ พ.ร.บ.ภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.๒๔๓๖ จริงอยู่มาตรา ๖๐ แห่ง พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ.๑๒๔๘ เป็นข้อยกเว้นซึ่งจำเลยมีหน้าที่สืบ มิใช่หน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบว่าจำเลยกระทำการทุจริต โจทก์มีหน้าที่เพียงจะต้องนำสืบว่าจำเลยกระทำผิด เมื่อจำเลยสู้ว่ามีข้อยกเว้นโทษอย่างไรก็ต้องนำสืบตามข้อต่อสู้ว่ากระทำโดยสุจริตอย่างนั้น เมื่อจำเลยนำสืบไม่ได้ก็ต้องมีความผิด จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2484
อัยยการเชียงใหม่ โจทก์
นางเหมา ธนา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเชียงใหม่ · จำเลย - นางเหมา ธนา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา