คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำยางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเจตนาหนีภาษี ถือเป็นความผิดฐานพาของหนีภาษีตามพระราชบัญญัติศุลกากร.
ย่อคำพิพากษา
+ายางซึ่งไม่มีคูปองกำกับจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร์โดยเจตนาหนีภาษีนั้น ย่อมมีผิดฐานพาของหนีภาษีตาม พ.ร.บ.ศุลกากรด้วย.
ความผิดฐานพาหนีภาษีศาลปรับจำเลยรวมกัน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒ ซึ่งมิได้ใบอนุญาตเป็นผู้ค้ายาง ได้บังอาจสมคบกันพายางพาราหนัก ๓๒๐๙ กิโลกรัม บรรทุกเรือจากรัฐกลันตันของอังกฤษ ซึ่งเป็นของที่ยังไม่ได้เสียค่าอากรเข้ามาในราชอาณาจักร์ไทยโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีเกษตรราธิการ และไม่มีใบแสดงแหล่งกำเนิดซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐกลันตันได้ออกให้ตามกฎหมายกำกับด้วย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยาง ๒๔๘๑ และมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง แล้วจำเลนได้ขายให้แก่ยางเช่งจำเลยที่ ๑ โดยไม่มีใบอนุญาตให้ค้ายาง และมิได้มีใบคูปอง หรือใบสำคัญจำหน่ายยางกำกับยาง จำเลยที่ ๑ ได้ซื้อยางนี้จากจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒ โดยรู้ว่าเป็นของหนีภาษี.
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๘ และจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๑๒ ตามาตรา ๑๔ พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.๒๔๘๑ และจำเลยทั้งหมดมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๘๒ ฉะบับที่ ๙
นายเซ่งหรือสมุห์จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยควรมีความผิดตามมาตรา ๘ พ.ร.บ.ควบคุมยาง ๒๔๘๑ เพียงบทเดียว ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ แต่บทเดียว นอกจากนี้ยืน.
นายเช่งหรือสมุห์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อค้านของจำเลยที่ว่ายางรายนี้ไม่อาจเสียภาษีได้ เพราะนำเข้ามาผิด พ.ร.บ.ควบคุมยาง จึงผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรไม่ได้นั้น เห็นว่าตามมาตรา ๒๗ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากรนั้นจะหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรโดยวิธีใด ๆ ก็ดีเช่นอย่างคดีนี้ ก็เป็นผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรได้ และข้อที่จำเลยว่าฟ้องของโจทก์ไปปฏิบัติตามมาตรา ๑๕๘ (๕) จึงควรยกฟ้องเสียตามมาตรา ๑๖๑ แห่งประมวลวิธีพิจารณาความอาญานั้นเห็นว่าฟ้องบรรยายความว่าจำเลยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากรนำยางรายนี้เข้ามาในราชอาณาจักร์ซึ่งยางนั้นไม่ได้เสียค่าอากรโดยถูกต้องย่อมเป็นการสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้แล้ว และข้อที่จำเลยคัดค้านว่าศาลไม่ควรปรับจำเลยรวมกัน ควรแบ่งค่าปรับเรียงตัวจำเลยเป็นส่วน ๆ ไป ก็เห็นว่าการกระทำผิดรายนี้เป็นความผิดรายเดียวกันและจำเลยสมคบกระทำผิดด้วยกัน ที่ปรับรวมกันจึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2484
อัยยการนราธิวาส โจทก์
นายเช่งหรือสมุห์ ธัญวงศ์
นายมานะ สาอิ
นายอาลี หะยีอาแว
นายดอเลาะ อาแวดีราแม
นายยะโก๊ะ สาและ
นายดือราแม มูซอ
นายยุโนะ มามะ
นายสะมะแอ สาและ
นายยุโซะ การิ
นายด่า โอะ ยุโซะ
นายมา มะ ห่ะยีสะมะแอ
นายดอเลาะ อาแว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนราธิวาส · ธัญวงศ์ - นายเช่งหรือสมุห์ · สาอิ - นายมานะ · หะยีอาแว - นายอาลี · อาแวดีราแม - นายดอเลาะ · สาและ - นายยะโก๊ะ · มูซอ - นายดือราแม · มามะ - นายยุโนะ · สาและ - นายสะมะแอ · การิ - นายยุโซะ · ยุโซะ - นายด่า โอะ · ห่ะยีสะมะแอ - นายมา มะ · จำเลย - นายดอเลาะ อาแว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา