คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขับไล่บุคคลออกจากอสังหาริมทรัพย์ จำเป็นต้องมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นก่อน จึงจะมีอำนาจฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าโจทก์มีที่ดินซึ่งมีลำรางรับน้ำไหลมากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยบุกรุกเข้าไถคราดและกลบลำรางนี้ ขอให้ขับไล่ และให้ขุดลำรางตามเดิมดังนี้เป็นเรื่องฟ้องขับไล่เมื่อได้ความว่าโจทก์ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่แล้วก็ต้องยกฟ้อง ไม่มีประเด็นถึงเรื่องภาระจำยอมอย่างใด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่ามีที่ดินแปลงหนึ่งได้มาโดยการแลกเปลี่ยนที่ดินกับจำเลยที่ ๑-๕ ที่ดินโจทก์มีทางรับน้ำไหล มีมากว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยบุกรุกเข้าไปไถคราดกลบลำรางนี้ ขอให้ขับไล่แลให้ขุดลำรางให้คงอยู่ตามเดิม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์อาศัยลำรางมา ๑๐ ปีเศษเกิดภาระจำยอม จึงให้จำเลยจัดการขุดให้คงสภาพเดิม และให้ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ส่วนที่พิพาทโจทก์ได้มาเพียง ๔ ปียังไม่ได้กรรมสิทธิ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทย์ฟ้องขับไล่ การที่พูดถึงลำรางไม่ใช่ความประสงค์ของโจทก์ที่จะให้วิฉัยถึงเรื่องภาระจำยอมและฟ้องโจทก์ก็มิได้กล่าวถึงเรื่องภาระจำยอมไว้ในที่ใดเลย จึงไม่มีประเด็นเรื่องภาระจำยอมที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัย พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2485
นางพิม ดิสจเริน โจทก์
นายฉายที่ 1 นางโตที่ 2 นายเผือก ที่ 3 นายชอบ ที่ 4 นายโชติ เกสมุติ ที่ 5
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางพิม ดิสจเริน · 5 - นายฉายที่ 1 นางโตที่ 2 นายเผือก ที่ 3 นายชอบ ที่ 4 นายโชติ เกสมุติ ที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เคลื่อน อิสรภักดี · เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์ · ธรรมบัณฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา