คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยคนหนึ่งใช้มือ อีกคนหนึ่งใช้เท้า ถือเป็นความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และจำเลยที่กระทำการดังกล่าวถือเป็นตัวการในการกระทำความผิด
ย่อคำพิพากษา
โจทฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายโดยคนหนึ่งไช้มือ+อีกคนหนึ่งไช้เท้าถีบ ขอ+โทสตาม ม.254,338ข้อ 3 โดยรัสารภาพตามฟ้อง ดั่งนี้+ลงโทสจำเลยถานเปนตัวการ+ตามม.254
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาดสมคบกันไช้กำลังทำร้ายนายบาละฮิม โดยจำเลยที่ ๑ ไช้มือชกต่อยถูกท้ายทอยมีบาดเจ็บ และจำเลยที่ ๒ ไช้เท้าถีบแต่ไม่ถึงบาดเจ็บขอไห้ลงโทสตามมาตรา ๒๕๔,๓๓๘ ข้อ ๓ จำเลยทั้งสองไห้การรับสารภาพ
สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์พิพากสาว่าจำเลยที่ ๑ มีผิดตามมาตรา ๒๕๔ จำเลยที่ ๒ ผิดตามมาตรา ๓๓๘ ข้อ ๓
โจทดีกาขอไห้ลงโทสจำเลยทั้งสองตามมาตรา ๒๕๔
สาลดีกาเห็นว่า ฟ้องโจทกล่าวความชัดว่าจำเลยสมคบกันไช้กำลังกายทำร้าย และจำเลยก็ไห้การรับว่าได้สมคบกันทำร้ายจิง การที่โจทกล่าวว่าจำเลยคนไหนทำอะไรบ้าง เปนการบันยายรายละเอียดและที่อ้างมาตรา ๓๓๘ ด้วยนั้น ไม่ทำไห้ข้อหาเรื่องสมคบเปลี่ยนแปลงไปแต่หย่างไดเมื่ออ่านฟ้องโจทแล้วก็เข้าไจได้ว่า โจทหาว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายเขา เมื่อจำเลยไห้การรับก็ฟังได้ว่าจำเลยเปนตัวการด้วยกัน จึงพิพากสาแก้ไห้ลงโทสจำเลยที่ ๒ ตามกดหมายลักสนะอาญามาตรา ๒๕๔ ดุจจำเลยที่ ๑ และไห้กำหนดโทสหย่างเดียวกับจำเลยที่ ๑
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2487
อัยการปัตตานี โจทก์
นายอามัด นายโมมะหะหมัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการปัตตานี · จำเลย - นายอามัด นายโมมะหะหมัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธ.บุนยะหานะ · ชม จามรมาน · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | นายนูน + · นายทิพปริญญา+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา