คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดขึ้นก่อนวันที่พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน พ.ศ. 2484 และ พ.ศ. 2486 มีผลบังคับใช้ ไม่ต้องรับโทษตามพระราชกำหนดดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเปนผู้ประกอบการค้าเหรียนกสาปน์ซึ่งมีผู้นำไปซื้อของ+ร้านจำเลยก่อนถูกจับ 10 วัน เปนจำนวนเงิน 49 บาทเสสแม้ไม่ยอมทอนไห้ผู้มาซื้อของและเหตุเกิดก่อนไช้พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.เงินตราไนภาวะฉุกเฉิน พ.ส.2484 พ.ส.2486 + ยังไม่พอลงโทสจำเลย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2485 ม.3 พระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2485 ม.4 พระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2485 ม.5
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องว่าเจ้าพนักงานค้นเหรียนกสาปน์ได้จากจำเลยคือเหรียนสลึง ๑๕๗ อัน สตางค์สิบ ๑๘๘ อัน สตางค์หนึ่งสตางค์ ๑๑ อันรวมราคา ๔๙ บาทเสส ขอไห้ลงโทส
ได้ความว่าจำเลยตั้งร้านค้าขาย ได้เหรียนกสาปน์รายนี้มาจากนายอิดรวมราคา ๔๙ บาทเสสก่อนหน้าถูกต้น ๑๐ วัน โดยพระครูเจ้าอธิการวัด+ไห้นายอิดนำไปซื้อของจากร้านจำเลยเพื่อทำบุนงานสพ เหรียนกสาปน์นี้ท่านพระครูเรี่ยรายได้มาจากชาวบ้าน คดีนี้เกิดก่อนประกาสไช้พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินตราไนภาวะฉุกเฉิน พ.ส.๒๔๘๔ พ.ส.๒๔๘๖
สาลชั้นต้นพิพากสาลงโทสจำคุกจำเลย ๕ ปี
สาลอุธรน์ยังเห็นว่ายังสันนิถานไม่ได้ว่าจำเลยมีไว้เกินสมควนแก่ปรกติธุระและเกินจำเปนอันจะถือได้ว่าจำเลยค้าเหรียนกสาปน์ แม้จะเอาหลักตามเจตนารมย์ของพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินตราไนภาวะฉุกเฉิน พ.ส.๒๔๘๔ พ.ส.๒๔๘๖ มาปรับคดีก็ได้ความว่าของกลางมีเหรียนกสาปน์ชนิดราคาไม่ถึง ๒๐ สตางค์เพียง ๑๘ บาท ๙๑ สตางค์เท่านั้น จะเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้ พิพากสายกฟ้อง
โจทดีกาว่า กดหมายนี้ย่อมไช้บังคับแก่การกะทำผิดมาก่อนได้และคำว่าเหรียนกสาปน์หมายถึงเหรียนทุกชนิดที่ไช้เช่นเงินตรา
สาลดีกาเห็นว่า จะนำพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินตราไนภาวะฉุกเฉิน พ.ส.๒๔๘๔ พ.ส.๒๔๘๖ มาปรับกับคดีนี้ไม่ได้ และคดีตกเปนหน้าที่โจทจะต้องสแดงไห้เห็นว่าจำเลยมีเหรียนกสาปน์รายนี้ไว้เกินสมควนและจำเปน แต่เท่าที่โจทสืบมาและการที่จำเลยไม่ยอมทอนสตางค์นั้น คดียังไม่พอจะลงโทสจำเลยได้ และแม้จะเอาพระราชกำหนด พ.ส.๒๔๘๖ มาปรับกับคดีนี้ ก็ยังสันนิถานว่าจำเลยมีไว้เกินสมควนไม่ได้ เพราะเหรียนสลึงแม้จะเปนเหรียนกสาปน์แต่ก็ไม่ไช่เหรียนชนิดที่ต้องข้อสันนิถานไนพระราชกำหนด เพระาพระราชกำหนดพูดถึงแต่เหรียนกสาปน์ชนิดราคา ๒๐ สตางค์หรือต่ำกว่าเท่านั้น จำเลยมีเหรียนกสาปน์ชนิด ๒๐ สตางค์หรือต่ำกว่าไม่ถึง ๒๐ บาท จำเลยจึงยังไม่มีผิด พิพากสายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2487
อัยการพิบูลสงคราม โจท
นายเจากัน แซ่เจา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจท - อัยการพิบูลสงคราม · จำเลย - นายเจากัน แซ่เจา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญ โปษยานนท์ · คง อิสรภักดี · ย.เลขวนิชธัมวิทักส์. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา