คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510-511/2488
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การชี้ขาดข้อเท็จจริงเรื่องวันเกิดเหตุจะฟังคำเจ้าทรัพย์ปากเดียวไม่ได้ ต้องสืบพยานหลักฐานอื่นประกอบ
ย่อคำพิพากษา
การชี้ขาดข้อเท็จจริงเรื่องวันเกิดเหตุว่าจะตรงกับคำฟ้องหรือไม่ จะฟังคำเจ้าทรัพย์ปากเดียวไม่ได้ เพราะคำเจ้าทรัพย์อาจคลาดเคลื่อนผิดหลงโดยเหตุใดเหตุหนึ่งได้
โจทก์ฟ้องว่าเกิดเหตุ 13 ตุล์ 87 (แรม 12 ค่ำเดือน 10) เจ้าทรัพย์เบิกความเกิดเหตุขึ้น 11 ค่ำเดือน 10 จะพิพากษายกฟ้องเลยไม่ได้ต้องสืบพะยานโจทก์ต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๘๗ (แรม ๑๒ ค่ำเดือน ๑๐) จำเลยสมคบกับปล้นทรัพย์ของนางมี ขอให้ลงโทษ
จำเลยปฏิเสธล
ศาลชั้นต้นสืบนางมีพะยานโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าทรัพย์ปากเดียว เจ้าทรัพย์เบิกความเกิดเหตุวันขึ้น ๑๑ ค่ำเดือน ๑๐ จึงสั่งงดสืบพะยานโจทก์ วินิจฉัยว่าวันเกิดเหตุต่างกับฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรสืบพะยานโจทก์ต่อไป พิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การชี้ขาดข้อเท็จจริงเรื่องวันเกิดเหตุว่าจะตรงกับคำฟ้องหรือไม่ จะฟังคำเจ้าทรัพย์ปากเดียวมาชี้ขาดหาควรไม่ เพราะคำเจ้าทรัพย์อาจคลาดเคลื่อนผิดหลงโดยเหตุใดเหตุหนึ่งก็ได้ ทั้งฉะเพาะคดี+เกิดเหตุแล้วรุ่งขึ้นก็สอบสวน พนักงานสอบสวนได้บันทึกวันเดือนไว้ ไม่ว่าจะคลาดเคลื่อนตั้งครึ่งเตือนดังคำเจ้าทรัพย์พิพากษายืนให้สืบพะยานโจทก์ต่อไปแล้ววินิจฉัยชี้ขาดใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510 - 511/2488
อัยยการอุทัยธานี โจทก์
นายลี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการอุทัยธานี · จำเลย - นายลี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปรีชา · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นาย อ. อุดล · ศาลอุทธรณ์ - พระศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา