⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 587/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2489

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การระบุเวลา "กลางคืน" ในทางกฎหมาย หมายถึงช่วงเวลาระหว่าง 01.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันนั้น และคำว่า "ก่อนเที่ยง" หมายถึงก่อนเวลา 12.00 น. (เที่ยงวัน) เท่านั้น ไม่สามารถตีความหมายถึงก่อนเวลา 24.00 น. (เที่ยงคืน) ได้

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าเหตุเกิดเวลากลางคืน (ก่อนเที่ยง) นั้นต้องหมายความถึงเวลากลางคืน เวลาตั้งแต่ 1 ถึง 6 นาฬิกาของวันนั้นและคำว่าก่อนเที่ยงนั้นหมายถึงก่อนเที่ยงวันเท่านั้น จะแปลว่าก่อนเที่ยงคืนไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.6 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๘๘ เวลากลางคืน (ก่อนเที่ยง) จำเลยบังอาจใช้มีดแทงนายทีถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษ ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยทำร้ายนายที เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๔๘๘ เวลา ๒.๐๐ นาฬิกา ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ที่วงเล็บถึงเวลาเกิดเหตุว่า "ก่อนเที่ยง" นั้น ย่อมหมายความถึงก่อนเที่ยงคืนคือหลังเวลา ๑๘.๐๐,๑๙.๐๐ นาฬิกาไปแล้ว ข้อเท็จจริงที่ปรากฎในทางพิจารณาต่างกับฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ คงมีปัญหาขึ้นสู่ศาลฎีกาเพียงว่า คำที่โจทก์วงเล็บคำว่า "ก่อนเที่ยง" ไว้ข้างหลังคำว่ากลางคืนนั้น จะหมายถึงก่อนเที่ยงวันหรือก่อนเที่ยงคืน ศาลฎีกาเห็นว่า คำที่ใช้ว่าก่อนเที่ยงหรือหลังเที่ยงนี้ เกิดขึ้นตามประกาศนับเวลาในราชการลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๔๖๐ คือเปลี่ยนวันใหม่เมื่อพ้นเที่ยงคืนโดยนับ ๑ ถึง ๑๒ นาฬิกาเป็นก่อนเที่ยง ภายหลังนั้นก็นับ ๑ ไปถึง ๑๒ ใหม่เรียกว่า หลังเที่ยง ต่อมาเปลี่ยนเรียก ๑ นาฬิกาหลังเที่ยงเป็น ๑๓ นาฬิกาเรื่อยไปถึง ๒๔ นาฬิกา คำว่าก่อนเที่ยงหรือหลังเที่ยงก็เลิกใช้ แต่คงเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่า คำว่า "ก่อนเที่ยง" หรือ "หลังเที่ยง" นั้นหมายถึงเที่ยงวันดังเดิม กลางคืนก่อนเที่ยงก็หมายถึง ๑.๐๐-๖.๐๐ นาฬิกากลางคืน หลังเที่ยงก็หมายถึง ๑๘.๐๐-๒๔.๐๐ นาฬิกา ไม่มีทางเข้าใจว่า เป็นก่อนเที่ยงคืน หรือหลังเที่ยงคืนเลย เพราะเที่ยงคืนเป็นเวลาหัวต่อที่จะเปลี่ยนกัน จะเป็นเวลาไหน ๆ ก็เที่ยงคืนทั้งนั้น จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ซึ่งให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาข้อเท็จจริงในสำนวน แล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 587/2489 อัยยการสุโขทัย โจทก์ นายสนิท หอมชื่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการสุโขทัย · จำเลย - นายสนิท หอมชื่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · ชัยประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเวช ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา