⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 32/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้ซื้อที่ดินโดยสุจริตและได้เข้าครอบครองเกิน 10 ปี มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินที่ไม่สุจริตได้ * โจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทกฎหมายที่ถูกต้องมาในคำฟ้อง หากข้อเท็จจริงและคำขอครบถ้วนแล้ว * ข้อเท็จจริงที่คู่ความฝ่ายหนึ่งรับแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องนำสืบ

ย่อคำพิพากษา

ซื้อที่ดินแล้วเข้าครอบครองเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปี แม้จะยังไม่ได้แก้ทะเบียนโอนโฉนดกัน ผู้ซื้อก็ย่อมอยู่ในฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนได้ จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินนั้นโดยไม่สุจริตได้ตามมาตรา 1300 ในคดีแพ่งเมื่อโจทก์ฟ้องบรรยายข้อเท็จจริงมาครบถ้วนตามมูลกรณีและมีคำขอมาถูกต้องแล้ว ย่อมเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายบทใด โจทก์ไม่จำเป็นต้องอ้างบทมาตราแห่งกฎหมายนั้นมาด้วย ความข้อใดที่คู่ความฝ่ายหนึ่งรับแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งไม่จำต้องนำสืบความข้อนั้นอีก ศาลฟังได้ตามที่รับนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ผู้รับมฤดกนายสุยบิดา ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๑๔๕๓ ระหว่างจำเลยทั้ง ๒ โดยอ้างว่าจำเลยที่ ๑ ขายที่ดินแปลงนี้ให้นายสุยบิดาโจทก์ และมอบที่ดินให้นายสุยปกครองเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว บัดนี้จำเลยที่ ๒ อ้างว่ารับซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้จากจำเลยที่ ๑ และแย่งโจทก์ทำนาในที่นี้ คู่ความรับรองข้อเท็จจริงกันว่า นายหนูจำเลยที่ ๑ ได้ขายที่ดินโฉนด ๑๔๕๓ ฉะเพาะส่วนของตนกับที่ดินโฉนดที่ ๑๔๕๔ ทั้งแปลงให้แก่นายสุยบิดาโจทก์ โดยพูดตกลงกันปากเปล่า ที่ดินโฉนดที่ ๑๔๕๔ นั้นได้จัดการโอนแก้ทะเบียนให้แก่กันเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว ส่วนโฉนดที่ ๑๔๕๓ ยังไม่ได้โอนกัน เป็นแต่นายสุยได้เข้าครอบครองที่ดินเรื่อยตลอดมาตั้งแต่วันซื้อ หน้าโฉนดอยู่ที่จำเลยที่ ๑ ครั้งเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๔๘๘ จำเลยที่ ๑ ได้โอนโฉนดที่ ๑๔๕๓ ขายให้จำเลยที่ ๒ ไป คู่ความไม่สืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายสุยครอบครองที่ดินพิพาทมาเกิน ๑๐ ปีแล้วย่อมเป็นเจ้าของตามมาตรา ๑๓๘๒ จำเลยที่ ๒ รู้ดีแล้วยังรับซื้อไปจึงเป็นการไม่สุจริต นายสุยและทายาทจึงยกขึ้นต่อสู้ได้ตามมาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ และมีอำนาจที่จะขอให้เพิกถอนนิติกรรมระหว่างจำเลยที่ ๑ - ๒ นั้นเสียได้ตามมาตรา ๑๓๐๐ จึงพิพากษากลับให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๑๔๕๓ ระหว่างจำเลยที่ ๑ - ๒ จำเลยฎีกาคัดค้านว่าโจทก์ มิได้ตั้งรูปคดีมาตามมาตรา ๑๓๐๐ ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยนอกประเด็นและโจทก์มิได้นำสืบว่า การโอนไม่สุจริต ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์บรรยายข้อเท็จจริงไว้ครบถ้วนแล้วและได้มีคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขาย ส่วนจะปรับกับกฎหมายบทใดนั้นย่อมเป็นหน้าที่ของศาล จึงหาเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น ส่วนในเรื่องความไม่สุจริตนั้น เมื่อจำเลยแถลงรับต่อศาลว่านายสุยรับซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ ๑ ยังไม่ได้โอนโฉนดกัน นายสุยได้ครอบครองที่ดินตลอดมา ย่อมแสดงชัดว่า จำเลยทราบดียังขืนซื้อ ถือเป็นการไม่สุจริต พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2491 นายปริญญา นางสาวฉอื้น นายฉอุ้ม โจทก์ เด็กหญิง ฉวิง อุตโมท โดยนายเจริญ อุตโมท ผู้แทนฉะเพาะคดีนางบรรทม กลิ่นเจริญ นายหนู ประดิษฐธรรม นางแช่ม สมบุญพฤกษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปริญญา นางสาวฉอื้น นายฉอุ้ม · อุตโมท - เด็กหญิง ฉวิง อุตโมท โดยนายเจริญ · กลิ่นเจริญ - ผู้แทนฉะเพาะคดีนางบรรทม · จำเลย - นายหนู ประดิษฐธรรม นางแช่ม สมบุญพฤกษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ++++++++ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 3081/2527ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 781/2538ฎีกา 7927/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 7786/2538ฎีกา 7214/2538ฎีกา 4185/2547ฎีกา 824-825/2511ฎีกา 1658/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา