⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 475/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2492

ป.พ.พ. ม.1300, 1357

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อที่ดินเป็นของเจ้าของรวม การแบ่งแยกที่ดินต้องเป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยกรรมสิทธิ์รวม ไม่ใช่บทบัญญัติเรื่องการครอบครองปรปักษ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 2 รับโอนที่นาส่วนของโจทก์ที่ 1 มา จึงมามีชื่อในโฉนดที่นาพิพาทร่วมกับจำเลย โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยแบ่งแยกที่นาพิพาทให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยต่อสู้ว่าที่ส่วนของจำเลยซึ่งรับโอนมาจากเจ้าของเดิมนั้นมีมากกว่าส่วนของโจทก์ และได้ครอบครองเป็นส่วนสัดกันมา ส่วนของโจทก์ไม่ใช่ครึ่งหนึ่งดังฟ้อง ดังนี้ ไม่ใช่กรณีที่จะวินิจฉัยตามมาตรา 1300 หากต้องวินิจฉัยโดยบทบัญญัติอันว่าด้วยเจ้าของรวมหรือกรรมสิทธิรวม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า เดิมโจทก์ที่ ๑ มีชื่อเป็นเจ้าของนาแปลงพิพาทโฉนดที่ ๑๐๓๕ ร่วมกับนางแดง ต่อมานางแดงยกส่วนของนางแดงให้แก่จำเลย ส่วนโจทก์ที่ ๑ ขายส่วนของโจทก์ที่ ๑ ให้แก่โจทก์ที่ ๒ ในขณะนี้ ในโฉนดที่นาแปลงพิพาทจึงมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิร่วมกัน ๒ คน คือ โจทก์ที่ ๒ กับจำเลย โจทก์ฟ้องว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ที่ ๒ ครึ่งหนึ่ง ขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกที่นาให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยให้การว่าส่วนของโจทก์ที่ ๑ มีเนื้อที่เพียง ๓ งานเท่านั้น ส่วนของจำเลยมีเนื้อที่ ๓ ไร่ จำเลยได้ครอบครองส่วนของจำเลยมา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยพิสูจน์ไม่ได้ว่าควรมีกรรมสิทธิในที่พิพาทมากกว่าโจทก์ ต้องฟังว่า โจทก์ที่ ๒ กับจำเลยมีกรรมสิทธิคนละครึ่ง ดังที่ปรากฎในโฉนด พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยอ้างว่านางแดงและจำเลยครอบครองเป็นส่วนสัดมา ซึ่งอยู่ในฐานะที่จะให้จดทะเบียน สิทธิของตนได้เกินกว่าครึ่งก่อนโจทก์ที่ ๑ ขายให้โจทก์ที่ ๒ กรณีต้องบังคับตามมาตรา ๑๓๐๐ ฉะนั้นแพ้ความจริงจะเป็นดังจำเลยอ้าง จำเลยก็ไม่มีทางชนะ เพราะจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์โอนขายกันโดยไม่สุจริตแต่ประการใด จำเลยฎีกาว่า จะนำมาตรา ๑๓๐๐ มาใช้กับกรณีนี้ไม่ได้หากเป็นเรื่องกรรมสิทธิตามมาตรา ๑๓๕๗ ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ยกมาตรา ๑๓๐๐ ขึ้นวินิจฉัยคดีนั้น ไม่ถูกต้อง หากข้อวินิจฉัยอยู่ในปัญหาเรื่องเจ้าของรวม หรือกรรมสิทธิรวมตาม ป.ม.แพ่งฯ บรรพ ๔ ลักษณะ ๒ หมวด ๓ และกฎหมายอื่นที่ว่าด้วยการมีชื่อในโฉนดร่วมกันแต่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้ชี้ข้อเท็จจริงอันจะนำเอากฎหมายเหล่านั้นมาปรับบทได้ จึงพิพากษายก ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 475/2492 นายติ๊บ ไชยกันทา ที่ 1,นางบัวผัด ปราบไพรี ที่ 2 โจทก์ ด.ญ.แก้วมา โดยนายกุย เป็นบิดาและผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายติ๊บ ไชยกันทา ที่ 1,นางบัวผัด ปราบไพรี ที่ 2 · จำเลย - ด.ญ.แก้วมา โดยนายกุย เป็นบิดาและผู้แทนโดยชอบธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ประมูล สุวรรณศร · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายเทียม สุทรีกุล · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติกฤตย์ประภันย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1427/2493ฎีกา 181/2512ฎีกา 245/2531ฎีกา 5283/2540ฎีกา 663/2475ฎีกา 180/2502ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1480/2563ฎีกา 7214/2538ฎีกา 5050/2541ฎีกา 953/2505ฎีกา 3568/2548ฎีกา 410/2493ฎีกา 4303/2530ฎีกา 100/2497ฎีกา 2293/2519ฎีกา 866/2493ฎีกา 71/2488ฎีกา 609/2544ฎีกา 206/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา