คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจปฏิเสธคำขอที่ขัดต่อพินัยกรรม์ หรือขัดต่อคำขอของผู้ยื่นคำขอเองได้
ย่อคำพิพากษา
ฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องขอโอนโฉนดโดยอ้างว่า ผู้ตายทำพินัยกรรม์ตั้งพวกตนเป็นผู้จัดการมฤดก แต่พวกโจทก์กลับขอให้เจ้าพนักงานลงชื่อพวกตนเป็นผู้รับมฤดกโดยตรง คำขอของโจทก์จึงขัดต่อคำอ้างและเป็นคำขอที่ขัดต่อพินัยกรรม์ เจ้าพนักงานที่ดินชอบที่จะไม่จัดการให้ตามคำขอของโจทก์ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า นายสิทธิชัยได้ทำพินัยกรรม์ไว้ภายหลังที่นายสิทธิชัยถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์ที่ ๑-๒-๓ ได้ยื่นคำขอต่อจำเลยที่ ๒ ให้โอนโฉนด ๔ โฉนด ลงชื่อโจทก์ทั้ง ๔ คนโดยอ้างว่า เป็นภรรยาและบุตรของเจ้ามฤดก และในพินัยกรรม์ตั้งให้เป็นผู้จัดการมฤดก จึงขอให้ลงชื่อเป็นผู้รับมฤดกไปโดยตรงตามพินัยกรรม์ เจ้าพนักงานที่ดินเห็นว่าเป็นเรื่องมฤดกมีพินัยกรรม์ แต่โจทก์ไม่ใช่ผู้รับมฤดกตามพินัยกรรม์ และมิได้ระบุให้เป็นผู้จัดการมฤดก จึงสั่งยกคำร้องและแนะนำให้ไปจัดการทางศาล ต่อมาโจทก์ร้องขอให้พิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรม จำเลยที่ ๒ ได้ยืนยันคำสั่งเดิม โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ ขอให้บังคับจำเลยรับจดทะเบียนการมฤดกที่ดินของโจทก์ กล่าวว่า นายสิทธิชัยทำพินัยกรรม์มีใจความว่า ให้เอาทรัพย์ไปจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ แล้วตั้งกรรมการจัดเก็บผลประโยชน์ให้โจทก์ทั้ง ๔ กับห้ามจำหน่าย และห้ามโอนมฤดก กับตัดมิให้นางทองห่อรับมฤดก โจทก์เห็นว่า ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการตั้งมูลนิธิ และห้ามโอนเป็นโมฆะ ทรัพย์มฤดกของนายสิทธิชัยก็ตกทอดแก่ทายาท เสมือนไม่มีพินัยกรรม์ แต่พินัยกรรม์ข้อที่ตัดนางทองห่อมิให้รับมฤดกมีผลบังคับได้ จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ฝ่ายโจทก์ยื่นคำร้องขอโอนโฉนด โดยอ้างว่าผู้ตายทำพินัยกรรม์ตั้งพวกตนเป็นผู้จัดการมฤดก แต่พวกโจทก์กับขอให้เจ้าพนักงานลงชื่อพวกตนเป็นผู้รับมฤดกโดยตรง คำขอของโจทก์จึงขัดต่อคำอ้าง และเป็นคำขอให้เจ้าพนักงานลงชื่อพวกตนขัดกับพินัยกรรม์ที่ตนอ้าง อนึ่งตามคำขอที่ว่าขอให้ลงชื่อพวกตนเป็นผู้รับมฤดกโดยตรงตามพินัยกรรม์ก็ปรากฎตามพินัยกรรม์ดังที่อ้างนั้นว่า ไม่ได้ยกที่ดินให้พวกโจทก์ดังคำกล่าวอ้างเมื่อการขอรับมฤดกของโจทก์ขัดกับคำกล่าวอ้างของตนเอง เจ้าพนักงานที่ดินชอบที่จะไม่จัดการตามคำขอของโจทก์
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 668/2492
นางสำริด กิมสูนจันทร์ ที่ 1, น.ส.ทองคำ กิมสูนจันทร์ ที่ 2,
นางทองใบ วงศ์อุไร ที่ 3, น.ส.จินดา กิมสูนจันทร์ ที่ 4 (โดยนางทรัพย์ กิมสูน
จันทร์ มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม) โจทก์
กรมที่ดิน (โดยพระผดุงทะเบียนกิจ อธิบดี) ที่ 1, นายแสวง เปี่ยมศรี ในฐานะ
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | 2, - นางสำริด กิมสูนจันทร์ ที่ 1, น.ส.ทองคำ กิมสูนจันทร์ ที่ · กิมสูน - นางทองใบ วงศ์อุไร ที่ 3, น.ส.จินดา กิมสูนจันทร์ ที่ 4 (โดยนางทรัพย์ · โจทก์ - จันทร์ มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม) · ในฐานะ - กรมที่ดิน (โดยพระผดุงทะเบียนกิจ อธิบดี) ที่ 1, นายแสวง เปี่ยมศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายจำรัส อมรสุข · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ปฏิภาณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา